เสรีไทยเว็บบอร์ด : ขอสงวนสิทธิ์ ห้ามจัดกิจกรรม เรี่ยไรเงิน-เปิดรับบริจาค โฆษณาชวนเชื่อ ชักชวนกลุ่มฝูงชนเพื่อผลประโยชน์แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ภายในพื้นที่ serithai.org การแจ้งข่าวสาร ข้อมูลต่างๆ กรุณากำกับ แหล่งที่มาฯ ของ URL หากเป็นข่าวสารของท่านเอง ผู้ดูแลจะพิจารณาอนุญาตเป็นกรณี ตาม พรบ. คอมพิวเตอร์และกฎหมายการสื่อสาร
Share this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on TwitterShare this topic on Yahoo

Author Topic: การบริหารและการจัดการกีฬา  (Read 6528 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

เจ๋ง

  • Guest


ไปเรียนมาค่ะ วันก่อน อาจารย์พูดเรื่องการจัดการกีฬา ได้ความว่า

นักกีฬาจน นักกีฬาร่ำรวย ก็บอกว่า การจัดการไม่ดี
โค้ชดี โค้ชมรรยาทไม่ดี ก็ว่า การจัดการไม่ดี
แฟนคลับมีมาก แฟนคลับหายากไม่มี
จัดการแข่งขันมีผู้ชมมาเชียร์กันมากๆ ตีกันหัวร้างคางแตก ก็โทษ ว่าเป็นเพราะการจัดการกีฬาไม่ดี...
สุดท้าย จัดการการกีฬา หรือ จัดการ"คน" ที่เป็นปัญหา???

การบริหาร การจัดการการกีฬา
ใครๆ ก็ว่า ข้าฯรู้ ข้าฯแน่ ข้าฯประสบการณ์ดี คุยโวโอ้อวด รู้มาก เก่งกันทั้งนั้น แถมยังเบียด แข่ง ใครที่เก่งเด่นมา ก็เบียดซะ เดี๋ยวมาเก่ง เด่นกว่าข้าฯ ประมาณนั้น ...วงการกีฬาไทยก็เลยเติบโตแบบกลุ่มข้า พวกข้า ใครอย่าแตะ
แบบนี้มาตลอด

กีฬาไทยควรจะพัฒนาไปได้ดี นั้น ในเอกสาร sport management บอกว่า
1. นักกีฬา ต้องเก่งก่อน
2. โค้ชต้องดี ต้องสอนให้นักกีฬา มี Spirit รู้จักอะไรควรอะไรไม่ควรด้วยไม่ใช่สอนกติกา กับสอนให้เตะบอลเป็นอย่างเดียว
(บอลแพ้ทะลึ่งไปโบกมือเรียกให้คนดูลงมาในสนามด้วย ..โค้ชผลักอกกันอีก ไม่สำรวมอารมณ์ รู้ทั้งรู้ว่าไอ้อีกฝั่งมันยั่ว ก็ยังไปตามเกม มีอารมณ์ แล้วเป็นไงกล้องมันโพสมาพอดี๊ ...เงียบๆไปเลย พี่เตี้ย)
ผล ..จบด้วยโทษคนดู ... คนดูไม่ดี ..รับไป เพราะ คนมันเยอะ โยนๆไปให้พ้นตัวกัน

กีฬาเป็นทั้ง art และ science
Science คือการที่ใช้วิทยาศาสตร์ สร้างนักกีฬาให้เก่ง ด้วย สรีระ กล้ามเนื้อกระดูก จิตวิทยากีฬาจัดไป อาหารที่เหมาะ สถานที่ อุปกรณ์ใส่ไปให้ดีฯลฯ
art คือการจัดการ ทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหลายในการกีฬานั้นแหละ ทั้งสมาคม นักกีฬา โค้ช และผู้ตัดสิน ให้อยู่ดี กินดี มีความสุข เค้าถึงเรียกว่าการจัดการดี ต้องบริหารจัดการ พัฒนากันให้ยั่งยืน

ไม่ใช่ไปเอาทฤษฎีบริหาร หรือบทบัญญัติ 13 ข้อแปลผิดๆถูกๆ
ความหมายแปลแล้วก็ไม่เข้าท่า
กฎ AFC ให้ทำเยี่ยงนี้ก็หลับหูหลับตาจับใส่วงการฟุตบอล
ยังไงมันก็ไม่พอดี ไม่เนียน ฝรั่งบอกมาก็ทำๆไป ไม่งั้นเดี่ยวไม่ได้เงินสนับสนุน..

เวลามีปัญหา บอลตกรอบ หลบ เงียบ ถ้าหลบไม่ได้ก็..โทษคนดู โทษแฟนคลับไป...
เมื่อไรก็ตามที่คนจัด ผู้บริหารยังเห็นแต่ตัวเอง พวกตัวเอง เป็นใหญ่
ตัวข้าฯ ของ(เงิน)ข้าฯ...ทั้งนั้น ผลประโยชน์ร่วมกันเป็นกลุ่ม
สังคมของกีฬาไทย ก็จะยังคงเป็นเต่าต้วมเตี้ยมไต่บนขี้เลนต่อไป...
 
เมื่อนักกีฬาก็โทษผู้ตัดสิน โค้ชก็โทษผู้จัด ผู้จัดก็โทษคนดู..
ตอนนี้เลียนแบบฝรั่งลงโทษด้วยการห้ามคนดูเข้าสนาม เปิดตำราฝรั่ง..เลียนแบบเค้าแล้วเดินตามแบบนี้
ก็อย่าหวังเลยว่า จะยั่งยืน
วันหนึ่งจะรู้ไหมว่า การกีฬาไทยจะเติบโตได้มั่นคง ต้องเติบโตจากใจ จากการสนับสนุนของประชาชนในประเทศ
ทุกวันนี้ ..ธุรกิจกีฬาอาชีพ ยังเป็นภาพลวง ปลอม แกนๆ..
ที่ยังดูว่ามันส์ สนุกก็ยังอยู่แค่กลุ่มๆ 
และน่าจะเป็นเยี่ยงนี้ต่อไปอีกนาน เพราะจิตสำนึกการทำเพื่อส่วนรวม เพื่อประเทศชาติ ช่างสอนกันยากเสียจริงๆ
(ถอดคำพูด ดร.ปรางทิพย์ ยุวานนท์ ในห้องเรียน sport event marketing and management มาให้อ่านค่ะ)

Offline เพื่อนร่วมชาติ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 550
  • Respect: +208
ต้องเลิกโทษซวย แล้วโทษตัวเองก่อน

อ้าว นึกว่าเรื่องเมาแล้วขับ 5555
ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด คนไทยใช้แล้วเลอะเทอะชิบเป๋ง


เห็นด้วยกับคคห.ของ อ. ปรางทิพย์ สัก 20-30% ครับ
ก็ประมาณว่า การกีฬาไม่ใช่แค่คิดเอาเองในห้องบรรยายมหา'ลัย

แต่คืนนี้ดั๊นหมดเวลาเล่นเน็ตซะแล้ว
พรุ่งนี้เดินทางไกล เย็นพรุ่งนีจะมาคุยครับ
although the other plate ... your poops , you scoop.  :em16:

Offline Olivier(วิเย่)

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 928
  • I can't see through walls But I can kick your ass
  • Respect: +153
ถูกที่ว่าเรื่องนี้มันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ผมว่าแกก็พูดในสิ่งที่น่าจะเป็นโดยทั่วๆไป

Offline NiteLight

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 165
  • Respect: +54
โค้ชหรั่ง ชาญวิทย์ ผลชีวิน ได้พูดเรื่อง Spirit of Sports เหมือนกัน
วันที่ฟุตบอลไทยตกรอบแรกซีเกมส์ คนลาวถามว่า สปิริตของนักฟุตบอลไทยไปไหนหมด
ภาพคนลาวชื่นชมนักบอลไทยเดินมาขอจับมือหลังการแข่งขัน ไม่จับ ไม่สนใจ
โค้ชต้องเป็นเหมือนพ่อเลี้ยงลูกทีม สั่งสอนอะไรมากกว่าเตะลูกบอล 
การที่คนนอกวงการ ผ่าวงการกีฬา วิจารณ์เรื่องที่แตกต่าง น่าสนใจมาก
ผมคิดว่า ตอนนี้วงการฟุตบอล ต้องการคนที่มีจิตสำนึกทำเพื่อสังคม มากกว่าผลประโยชน์ครับ
ต้องมีความคิดเห็นอย่าง อ.ปรางทิพย์ มากๆหน่อยครับ 
NiteLight....

เจ๋ง

  • Guest
ด้วยความเคารพในความเห็นค่ะ

นักวิชาการ เป็นผู้รวบรวมหลัก แนวคิด ทฤษฎี
นักปฏิบัติก็ถือประสบการณ์ ... มีดีกันทั้งสองฝ่าย

ถ้ารวมกันและรับฟังกันทั้งสองฝ่าย
ก็จะทำให้วงการกีฬาก้าวหน้าอย่างมั่นคงนะคะ...

 

Offline Red White Blue

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,042
  • Gundam
  • Respect: +351
ตอนสมัยเป็นนักกีฬา ตอนแข่งจะเจอโค้ชตะโกนสั่ง เล่นง่ายๆ จ่ายธรรมดาไปมา อย่าเล่นยาก

มานั่งคิด มันก็ถูก แต่บางครั้งไม่ต้องง่ายบ้างได้ไหม จะจ่ายบอลให้ยากขึ้นบ้างได้ไหม

อยากจะจ่ายบอลไซด์โค้งให้เพื่อนได้ไหม นอกจากจ่ายบอลขวางไปมา

ทำไมมาจำกัดจินตนาการของนักกีฬา ผมว่าโค้ชไทยยังต้องเรียนรู้คำว่าระบบ เทคนิค และทักษะมากขึ้น
MOU = My Own Understanding

เจ๋ง

  • Guest
นู๋เจ๋งว่า นักกีฬาทุกคนเริ่มต้นจากความฝัน ความหวัง แล้วฝึกซ้อม 
แต่พอเส้นทางเดินมาเรื่อยๆ ปัญหาก็พอสู้ แต่ปัญหากรอบ กฎระเบียบนี่ทำคนเก่งท้อแท้ มานักต่อนัก มีผลประโยชน์แอบแฝงอะไรที่คาดไม่ถึงมากมายในการจะไปสู่เหรียญทอง

พอดีนู๋เจ๋งได้เรียนในสาขานี้ ได้เจอ..ครูดี หญิงเหล็ก จึงมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

การจัดการที่ดี คือสนับสนุนความสามารถ ความฝัน ความหวังของคนเก่งให้ไปสู่ดวงดาว แม้ไม่ถึงทีมชาติ แต่สังคมก็จะดีสุขภาพดี ไม่เจ็บไข้
สิ่งสำคัญของนักกีฬาคือได้เจอ โค้ชเก่งๆ และโชคช่วย คือทั้งพรรสวรรค์และพรแสวง
คำว่าโค้ชเก่งนั้นไม่ใช่เก่งแค่กติกา หรือเทคนิค แต่เก่งในความเป็นโค้ชด้วย คือมีธรรมชาติและภาวะผู้นำที่ดี
 
และผู้ตัดสินต้องแม่น เก่ง ดี ทั้งในเกมและนอกเกม ให้เป็นที่เชื่อถือของทุกฝ่าย

ผู้ที่มีอำนาจ สมาคม คณะกรรมการ ท่านเหล่านั้นมีโอกาสดีที่จะได้สนับสนุน สร้างนักกีฬาที่มีความสามารถให้ได้รับชัยชนะ สร้างเกียรติยศชื่อเสียงของชาติ
แต่ส่วนใหญ่มักมีภาพของธุรกิจ ผลประโยชน์ทับซ้อน
ถ้าลดความเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนและเห็นแก่ส่วนรวมมากอีกนิ๊ดดดด
วงการกีฬาไทยจะไปได้เร็วและสวยงามกว่านี้ หรือเปล่าคะ?

Offline NiteLight

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 165
  • Respect: +54
ได้ประเด็นอีกแล้วครับคุณนู๋เจ๋ง

การประกอบธุรกิจ ลูกค้าคือผู้ไม่ผิด ลูกค้าคือพระเจ้า
ฟุตบอลอาชีพ ไล่ลูกค้า
เดี๋ยวตีกันแบบนี้ก็มีอีกครับ
NiteLight....

Offline NiteLight

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 165
  • Respect: +54
นายกสมาคม ไปเกี่ยวข้องกับ บีอีซีเทโร
ไปเป็นนักลงทุนซะเอง
แล้วจะตัดสินปัญหาระหว่าง บีอีซี กับทีมอื่นได้ยังไงครับ

เหมือนกับผู้มีอำนาจจ้างบริษัทพวกพ้อง หรือบริษัทตัวเองมารับงาน มาประมูลงานเอง อย่างไรอย่างนั้นเลยครับ
NiteLight....

เรื่องอาหาร ก็น่าจะปรับปรุง ดัดจริต นักกีฬาไทยนะครับ

ผมเห็นหลายคน  ที่เวลา บ่น กินอาหารฝรั่งไม่ได้  ไม่อร่อย ไม่มีรสชาติ

นี่ ผมเลยเอา น้ำพริก มากินที่นี่  เป็นไงครับ เจ๋งมั้ยโชว์ความเป็นไทย 

ผมเตรียม มาม่ามาแล้ว  โชว์ความประหยัด   พอลง แข่งจริง สุโค่ย  แรงหมด สู้ฝรั่งไม่ได้

 :smile2:

Offline NiteLight

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 165
  • Respect: +54
บอลไทยไปบอลโลก ไม่ได้ เพราะ นักกีฬาตัวเล็ก ฝีมือไม่ถึง แรงไม่ได้ เทคนิค แทคติค สุดโค่ย

ฟุตบอลอาชีพ ไปไม่รอด เพราะ เริ่มต้นก้มีเรื่องกับลูกค้า คนดูซะแล้ว แล้วจะทำธุรกิจ สินค้าไม่ดี หน้าร้านจัดไม่ได้เรื่อง
จะเอาอะไรไปขายให้ลูกค้าพึงพอใจล่ะครับ??
NiteLight....

Offline จูล่ง_j

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 584
  • Respect: +330
น่าแปลกเหมือนกันนะครับ ว่านักกีฬาบ้านเรา ทำไมไม่ฟิต
ผมเห็นบอลไทยหลายครั้ง ท้ายเกม วิ่งไม่ไหวอ่ะ
อาจจะเป็นภูมิอากาศบ้านเรามันร้อนรึเปล่าไม่รู้ ทำให้การฟิตซ้อมทำได้ไม่เต็มที่
ดูคนเอเซีย ที่เข้าบอลโลก อยู่พื้นที่อากาศเย็นทั้งนั้น เกาหลี ญี่ปุ่น จีน
เคยดูภราดร ตีเทนนิส ตีไปได้สักพักเหงื่อท่วมตัวเลย แรงก็ตก ส่วนฝรั่งที่ตีด้วยแรงตกน้อยมาก
แล้วก็การแบ่งทีม บอลไทย ทำไมไม่แบ่งทีมตามภูมิภาคบ้าง
ผมนึกถึง ทีมอีสาน เจอทีมภาคใต้ อะไรประมาณนี้ คนดูคงเยอะ
เยือน เหย้า แต่ละที เจ้าภาพพื้นที่ คงอยากมาเชียร์กัน ได้ความรู้สึก เจ้าถิ่นมากกว่า แข่งกันแต่อยู่ใน กทม.
แต่ถ้าแบ่งย่อยระดับจังหวัด ทีมมันจะเล็กและอ่อนเกินไป นอกจากจังหวัดใหญ่ๆ
หรือไม่ ซอยย่อยออกไป แต่ละภาค ให้มีตอนเหนือตอนล่างก็ได้
ถ้าทำบอลแล้ว คนดูน้อย มันก็ยากที่จะพัฒนา เพราะรายได้น้อย นักกีฬาก็ยากจน
ทำให้แรงจูงใจคนอยากเป็นนักบอลอาชีพมันน้อย

เรื่อง ภาคคงไม่นานเกินไปเพราะพี่เน ยี้ห้อย แกเล่นแบ่งวรรณะทีมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่าแกขอเป็นทีมภูทร  พูดตรงๆ ก็ ทีมบ้านนอก นั้นเอง อีกหน่อยคงได้เห็น ทีม รากหญ้า ทีมชนชั้น กรรมกร บ้างหละ ทีมจากเหนือ จาก อีสาน  ส่วนไทยลีก คนดู ไม่น้อย ละครับ
 

Offline Nerverdie

  • Member
  • *
  • Posts: 38
  • Respect: +16
ตอนสมัยเป็นนักกีฬา ตอนแข่งจะเจอโค้ชตะโกนสั่ง เล่นง่ายๆ จ่ายธรรมดาไปมา อย่าเล่นยาก

มานั่งคิด มันก็ถูก แต่บางครั้งไม่ต้องง่ายบ้างได้ไหม จะจ่ายบอลให้ยากขึ้นบ้างได้ไหม

อยากจะจ่ายบอลไซด์โค้งให้เพื่อนได้ไหม นอกจากจ่ายบอลขวางไปมา

ทำไมมาจำกัดจินตนาการของนักกีฬา ผมว่าโค้ชไทยยังต้องเรียนรู้คำว่าระบบ เทคนิค และทักษะมากขึ้น

ผมเห็นด้วย จ่ายให้ยากหน่อยจะได้มีลีลา คุ้มค่าตั๋วคนดู
ฟุตบอลไทยดูแล้วเหมือนเด็ก ป6. เตะกัน เด็กมัธยมเล่นดีกว่า บอลลีกอีก
Immortal


เห็นด้วยกับคคห.ของ อ. ปรางทิพย์ สัก 20-30% ครับ
ก็ประมาณว่า การกีฬาไม่ใช่แค่คิดเอาเองในห้องบรรยายมหา'ลัย

แต่คืนนี้ดั๊นหมดเวลาเล่นเน็ตซะแล้ว
พรุ่งนี้เดินทางไกล เย็นพรุ่งนีจะมาคุยครับ





ที่ว่าเห็นด้วยกับอ.ปรางทิพย์ 20-30%
ก็คือเรื่องไม่สมควรลอกเลียนบทลงโทษของบอลยุโรป
ลอบดิบๆมาใช้กับลีกไทยทั้งที่เป็นคนละสภาพแวดล้อม ครับ

การห้ามกองเชียร์ท่าเรือเข้าเชียร์ในสนามเหมือนบทลงโทษที่ดูเท่ห์และสากลมากๆ
แต่ขอโทษเถอะ คนคิดๆได้ ห่วยแตก อุบาทว์มาก ... ผมไม่มีวิชาการมาคุยเรื่องนี้หรอก
แต่ผมรู้ว่า ยุโรปอนุญาตให้การพนันเป็นเรื่องถูกกฎหมาย กองเชียร์สามารถเล่นพนันบอลกันได้
กองเชียร์ร้อยละ 90 ขึ้นไปเล่นการพนันบอลกันทุกคน พวกเชียร์ด้วยใจรักก็มี แต่ความมันส์ไม่เท่า
Fifa ห้ามกองเชียร์เข้าเชียร์บอล ก็คือลงโทษแฟนบอล เป็นการกดดันกองเชียร์ให้ไม่กล้าบู๊ล้างผลาญบ้าเลือด

นี่สมาคมบอลไทยลอกบทลงโทษมาดิบๆ
ไม่ได้ทำรีเสริชค้นคว้า ลอกกันมาตามตำราบอล ฝรั่งที่อนุญาตให้พนัน
ทายว่า ... ก็จะเป็นอีกเรื่องที่เจ๊งๆๆ เหมือนลอกปชต.ฝรั่งมาใช้โดยขาดความเข้าใจ
ได้ปชต.ทั้งที่ไม่รู้จักปชต. เป็นการขาดอุดมการณ์หรือขาดการสร้างอุดมการณ์ให้กับประชาชน
 



ข้างล่างนี้ ลองฟัง โค้ชเตี้ย การท่าเรื่อ พูดมั่ง
การที่ อ.ปรางทิพย์ ดูจากภาพข่าวทีวีอย่างเดียว แล้วตัดสินคดีเปรี้ยงๆ
พูดออกไมค์แสดงความคิดถึงลูกศิษย์ ดูจะไม่ให้ความเป็นธรรมกับโค้ชเตี้ยเลย

http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000027598

Quote
นับจากแมตช์อัปยศที่แฟนบอลการท่าเรือฯก่อจลาจล ในเกมชิงถ้วยพระราชทาน ก ระหว่างการท่าเรือไทย เอฟซี พบกับ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมากุนซือมาดเฮี้ยบนาม สะสม พบประเสริฐ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมเกรี้ยวกราดในสนาม จนสุดท้ายเกือบกลายเป็นแพะของเหตุการณ์ เมื่อหมอกควันของการตะลุมบอนผ่านไปได้สามวันทีมข่าว MGR SPORT ได้พูดคุยกับ "เสื้อเตี้ย" อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติ ชนิดหมดเปลือกกับทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น ส่วนใครจะเป็นแพะ ใครจะเบี่ยงเบนประเด็น บทสัมภาษณ์ต่อจากนี้น่าจะเป็นคำตอบได้ดีที่สุด
       
       MGR SPORT :รู้สึกบ้างไหมว่าคุณกำลังตกเป็นจำเลยของสังคม ?
       สะสม : ผมขอยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองตกเป็นจำเลยของสังคม เรื่องของกองเชียร์ที่ก่อเรื่องแน่นอนมันคือความผิดของสโมสรที่ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งทุกคนในท่าเรือไทย เอฟซีเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่หลายคนที่ไม่ได้อยู่ในสนามวันนั้นตัดสินว่าผมเป็นคนจุดชนวนความรุนแรง ซึ่งความจริงมันไม่ใช่เลย
       
       MGR SPORT : ถ้าเป็นเช่นนั้นลองอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ?
       สะสม : พูดไปก็เหมือนผมพยายามแก้ต่าง แต่จะให้ผมพูดอีกกี่ครั้งผมก็ยืนยันคำเดิม ว่าในวันนั้นหลังจากแฟนบอลท่าเรือก่อความวุ่นวาย ผมเองเป็นคนเดินไปที่หน้าอัฒจันทน์ และยกมือไหว้ขอร้องพวกเขาให้หยุด แต่ขณะเดียวกันผมกลับถูกด่าจากโค้ชทีมเมืองทอง(เรเน เดอซาเยียร์) ซึ่งเป็นคำที่รุนแรงมาก ผมเองก็ยอมรับว่าในเวลานั้นเครียดกับทั้งผลการแข่งขัน รวมถึงปัญหาที่แฟนบอลทีมผมก่อขึ้น จึงไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ แต่จุดนั้นมันเป็นเรื่องความขัดแย้งของ 2 คน ไม่ได้เกี่ยวกับชนวนความมรุนแรงในสนาม แต่ที่ติดใจคือสื่อเสนอภาพผมกำลังที่จะปรี่เข้าไปหาเรื่องฝั่งตรงข้าม ที่สำคัญคนในสนามเห็นกันหมดว่าโค้ชฝรั่งมารยาททรามคนนี้ไปผลักอกพี่เปี๊ยก องอาจ ก่อสินค้า
       (เลขาธิการส.ฟุตบอล) ในจังหวะที่จะเข้ามาห้าม แต่กลับไม่มีภาพเผยแพร่ออกไป
       
       MGR SPORT : คุณกำลังจะบอกว่าสื่อกีฬายักษ์ใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าของทีมเมืองทองฯ ยูไนเต็ดอาศัยความได้เปรียบในจุดนี้ ?
       สะสม : เรื่องของภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมไม่แน่ใจ แต่เรื่องของการจัดการแข่งขันถือเป็นส่วนสำคัญ หลายครั้งที่เมืองทองฯซึ่งเรารู้กันดีว่ามีสื่อยักษ์ใหญ่เป็นเจ้าของใช้ความเป็นสื่อของตัวเองฉกชิงความได้เปรียบแล้วเบี่ยงเบนประเด็น ซึ่งการที่ผมออกมาพูดเช่นนี้ คิดว่าอีกหลายๆทีมในไทยลีกคงแอบดีใจ เพราะเขาก็อึดอัดกับเรื่องราวแบบนี้เช่นกัน เพียงแต่ไม่มีใครกล้าพูด
       
       MGR SPORT :หากมีโอกาสได้เจอกับ เรเน เดอซาเยียร์ คุณจะพูดอะไรกับเขา ?
       สะสม : คงไม่มีอะไรจะต้องพูดกัน ขอเพียงให้ทำงานของตัวเองไป ไม่ต้องมายุ่งกัน
       
       MGR SPORT : รู้สึกอย่างไรเมื่อถูกเชิญไปออกรายการโทรทัศน์เมื่อวัน 22 ก.พ.แล้วถูกถามว่ารู้สึกผิดบ้างไหม ?
       สะสม : ผมไม่รู้สึกอะไร ผมรู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะเจอสถานการณ์แบบไหน ซึ่งผมก็ยืนยันตามความเป็นจริงว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิด และถึงเวลานี้หากสมาคมฯจะลงโทษแบนผม ผมก็พร้อมยอมรับแต่ขอรับรู้เหตุผลด้วยว่าลงโทษผมด้วยสาเหตุใด
       
       MGR SPORT :เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นมรสุมชีวิตของ สะสม พบประเสริฐ หรือไม่ ?
       สะสม :"ผมไม่อยากจะพูดว่าเป็นถึงมรสุมชีวิต แต่ผมคิดว่าตัวเองเวลานี้เปรียบเสมือนนักมวยที่อยู่ในสภาพบอบช้ำที่กำลังนั่งรอให้น้ำอยู่บนเวที ซึ่งหากมีพี่เลี้ยงถามว่าสู้ต่อไหมหรือว่าไหวไหม ผมต้องตอบว่าไหว และพร้อมยืนหยัดสู้ต่อแน่นอน"
       
       MGR SPORT :สุดท้ายคุณอยากจะบอกอะไรไปยังแฟนฟุตบอลทั่วประเทศ ?
       สะสม : ในฐานะคนทำทีม ผมเสียใจและขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น จากนี้ไปเราจะทำงานกันเต็มที่เพื่อที่จะไม่ให้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอีก และอยากให้ทุกคนเข้าใจและให้อภัยสโมสรการท่าเรือไทยเอฟซี ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกแฟนบอลไทยทั้งประเทศ"
although the other plate ... your poops , you scoop.  :em16:

เจ๋ง

  • Guest
วันที่ 20 ก.พ เราถกกันเรื่อง ปัจจัยสู่ความสำเร็จของฟุตบอลอาชีพ ว่าจะพัฒนาให้ยั่งยืนได้อย่างไร โดยอาจารย์ชาญวิทย์ก็อยู่กับเราตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงบ่ายสี่โมงกว่า ที่ ม.ศรีปทุมค่ะ
พอเสร็จเรื่องงานวิจัยปัจจัยสู่ความสำเร็จของฟุตบอลอาชีพ พวกเราหลายคนก็รีบไปสนามศุภฯ กัน ก็ได้เห็นบรรยากาศทั้งหมดภายในสนาม

กลับมาวันอาทิตย์ และก็มาพูดคุยกันต่อ ในมุมมองของคนดูที่เห็นบรรยากาศทั้งสนามค่ะ
ความเห็นของอาจารย์ปรางทิพย์ ไม่ได้สอนด้วยคิดไปเองหรือเพราะนำความคิดมาจากนั่งภาพจากสื่อหรือข่าว ตามที่คุณแมวแมวเข้าใจหรอกค่ะ 
ดร.ปรางทิพย์ ได้สอนวิเคราะห์จากภาพรวมเหตุการณ์จริง
โดยการให้ความเห็นนั้นได้พูดคุยร่วมกับอาจารย์ชาญวิทย์ ผลชีวิน ซึ่งเป็นอาจารย์ของคุณสะสมด้วยค่ะ
การศึกษาในชั้นเรียน เราไม่ได้พูดวิจารณ์โดยไม่ได้คิดเรื่องเป็นธรรมหรือฟังคำสัมภาษณ์
แต่ว่ากันตามความจริงตามที่เห็นและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่ะคะ

สรุปแล้วด้วยความเคารพในความเห็นของคุณแมวแมวนะคะ
ภาพที่โค้ชเบลเยี่ยมมายั่ว กวนตั้งแต่เริ่มเราก็เห็นค่ะ
พอพี่เตี้ยสวนกลับแล้วโชคไม่ดี กล้องจับภาพตอนนั้นเราก็เห็น...
บรรยากาศที่ พี่เป็ดในฐานะสมาคมฯ ลงไปห้ามในสนามก็เห็นอยู่น่ะค่ะ
ผู้ตัดสินก็ด้วยสองลูกนั้นมันไม่ขาด ในสายตาผู้ชมเราก็รับทราบอารมณ์นั้น
อีกทั้งบรรยากาศอื่นของการเชียร์ก็ซึมซับ
การจัดการแข่งขันเรื่องการรักษาความปลอดภัยก็ยังต้องแก้ไขจริงๆ 
การ์ดก็ไม่พอ...อารมณ์ผู้ชมมันก็หล่อหลอมมาจากสภาพแวดล้อมทั้งหมด

นู๋เจ๋งไม่ได้คิดว่าอาจารย์ของนู๋เจ๋งไม่เป็นธรรมในการให้ความเห็น ในการสอนในชั้นเรียนค่ะเราใช้เรื่องจริงตามที่สังคมเห็นมา โดยไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วก็เป็นไปตามนั้น ไม่ได้เป็นแฟนคลับหรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับทีมใด หรือผู้ใดค่ะ
การนำเอาเหตุการณ์จริง ทุกคนเป็นเช่นนั้น มาวิเคราะห์แล้วมาช่วยกันบอก ช่วยกันพูดในความจริงเป็นสิ่งที่ช่วยให้ฟุตบอลอาชีพได้ปรับปรุงและพัฒนาให้วงการก้าวหน้าไปอย่างยั่งยืนนะคะ

 :rose_1:

เจ๋ง

  • Guest
อ.ปรางทิพย์ ไม่ได้ตัดสินเปรี้ยงๆจากทีวีหรอกค่ะ คุณแมวแมว
ตอนที่คุณสะสมโทรศัพท์มาคุย ขอคำปรึกษากับอาจารย์หรั่งเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แนะนำให้พี่เตี้ยอยู่นิ่งๆไว้ก่อน
นู๋เจ๋งก็ได้รับทราบข้อมูลนั้นด้วยค่ะ

สิ่งที่เกิดขึ้น และอยากจะเรียนให้ทราบคือ ทุกด้านต้องเร่งปรับปรุงค่ะ
ไม่ใช่เฉพาะ โค้ช - Code of Conduct, Morality, Leadership
คงใช้เวลา และไวต่อเหตุการณ์
ไม่งั้นฟุตบอลอาชีพที่เริ่มต้นด้วยมีปัญหากับลูกค้าหรือแฟนคลับ
ฟุตบอลอาชีพของไทยก็คงเป็นมวยอาชีพในสนามฟุตบอลอีกจนได้แหละค่ะ 

ในการทำธุรกิจ...ลูกค้าคือผู้ไม่ผิด ลูกค้าคือพระเจ้าค่ะ<< สำคัญมาก

แต่หากการใส่ธุรกิจ ผลประโยชน์ไปในการกีฬามากไปแบบไม่พอดี
ก็จะเหมือนดาบสองคม ...ไม่ช่วยสนับสนุนการกีฬาฟุตบอลอาชีพ
แต่จะเป็นการทำลายค่ะ
 

Offline NiteLight

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 165
  • Respect: +54
กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน
ผลของการฝึกตน เล่นกีฬาสากล ตาละลา

ผมเชื่อว่า ดร.ปรางทิพย์ ยุวานนท์ เป็นอาจารย์ผู้ที่ทุ่มเทจริงจังเพื่อพัฒนาวงการกีฬาไทยครับ
การสอนศิษย์ในห้องเรียนแบบไม่มีผลประโยชน์กับใคร ฟันธงตัดสินเปรี้ยงแบบนั้น หาคนกล้าที่พูดแบบไม่มีผลประโยชน์แบบนี้ คนเป็นครูอาจารย์ต้องช่วยกันทำครับ หายากขึ้นทุกทีในสังคมที่เนียนและขาดจิตสำนึกแบบทุกวันนี้
ผมได้เคยเข้าร่วมสัมนาฟังท่านมาบรรยายเป็นวิทยากรอบรมโค้ชฟุตบอลของ กกท.
ผมชื่นชมและเคารพในความตั้งใจที่ท่านกำลังสอนลูกศิษย์ลูกหาเพื่อสร้างคุณูประการต่อวงการกีฬาครับ เปิดกะโหลกผมซึ่งก็แก่แล้ว ท่านสอนคนกีฬาด้านธุรกิจแบบมีจริยธรรม ท่านฉลาดมากและความรู้แน่นจริงๆครับ
ที่สำคัญคือไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับใคร สอนแบบฟันธงตรงไปตรงมาตลอด
ลูกศิษย์ดร.ปรางทิพย์ แต่ละคนพวกเซียนๆกีฬาทั้งนั้น...อุดมการณ์ แนวคิดของเธอควรจะต้องพูดออกไมค์ถึงลูกศิษย์ให้ดังไปถึงสังคมมากๆหน่อยครับ จะทำได้ทำคนให้เป็นคน  ดร.ปรางทิพย์ ท่านเป็นที่รักและเคารพของคนในวงการกีฬาจำนวนมากเลยทีเดียว ไม่ธรรมดาครับ
คุณแมวม่อน อย่าบอกว่าเธอไม่ให้ความเป็นธรรมกับคุณสะสม 
คุณแมวม่อนเชียร์ท่าเรือสุดตัวหรือเปล่าครับ แล้วฟังคุณสะสมให้สัมภาษณ์ผู้จัดการสื่อเดียวหรือเปล่าครับ
ไม่ฟังเสียงที่สื่ออื่นสัมภาษณ์คนอื่น หรือเสียงของประชาชนที่เค้าพูดกัน ดูเหมือนไม่ให้ความเป็นธรรมกับเสียงด่าของผู้ชมเหมือนกันนะครับ
นู๋เจ๋งครับ เรียนโท หรือเอกครับ ยากไม๊ครับ ผมว่าจะหาทุนไปเรียนบ้าง จะได้เรียนห้องเดียวกับนู๋เจ๋ง
NiteLight....

Offline hitman

  • Member
  • *
  • Posts: 10
  • Respect: +2
  • User is on moderator watch listWatched
ขอสักนิดครับ
วงการกีฬาบ้านเรา ต้องพัฒนาทัศนคติก่อน  เริ่มจากผู้บริหารสมาคม ต้องแสวงหาชัยชนะก่อนแสวงหาเงิน
นักกีฬาต้องเลิกจองหอง  พอติดทีมชาติไทยแล้วนึกว่าเก่ง  ก็เก่งกว่าทีมเทศบาลจริงๆ
โค้ชต้องเลิกดักดาน หาความรู้และรักษาเกียรติของตัวเอง ไอ้ประเภท พอกกท.ทดสอบสมรรถภาพ บอกให้นักกีฬาทำน้อยๆ เผื่อไว้คราวหน้าต้องหมดไป
กว้างๆสักแค่นี้ถ้ายังทำไม่ได้  ก็เตรียมตามเขมรได้

Offline paper punch

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 780
  • Respect: +264
เป็นกระทู้ที่ได้ความรู้ดีครับ

สมัยเรียนมัธยม,อุดมศึกษา ผมเล่นรักบี้ ซึ่งเป็นกีฬาที่มีการเข้าปะทะกันตลอดทั้งเกม
แต่การมีเรื่องในกันในสนามกลับมีน้อยมาก

สำหรับตัวนักกีฬา ผมให้ความสำคัญกับคำว่า morality กับ sportsmanship ครับ
Love changes everything

ราตรีสวัสดิ์(official version)
http://www.youtube.com/watch?v=JFCooDPQZns&feature=related

* คุณเจ๋ง

เนื้อหากระทู้นี้ เป็นความเห็นของ อ.ปรางทิพย์ ล้วนๆใช่ไหม

ผมแยกเป็น 2 ประเด็น
1. อ.ปรางทิพย์ วิจารณ์ระบบและปัญหาของกีฬาไทย
เรื่องนี้ผมไม่มีข้อมูลอะไรที่จะเอามาร่วมพูดคุยด้วยได้
เอาเป็นว่า ผมรู้สึกว่าความเห็นของ อ. ปรางทิพย์ เป็น
ความเห็นของคนๆหนึ่งในแง่มุมหนึ่ง อาจถูก/ผิดหรือปนๆกัน
ยังไม่อินทรีเกรต / ไม่เป็น ยูนิเวอร์แซล เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป
ซึ่งจริงแล้วใครๆในวงการก็ควรจะมีข้อมูลส่วนตนอยู่แล้วเช่นกัน

2. ผมอ่านข้อความและจับความตามที่คุณเจ๋งโพสต์
ผมอ่านแล้วก็ได้ trend เหมือนกับว่า อ.ปรางทิพย์เป็นเลิศสุดๆ
กล้าที่จะวิจารณ์เป็นลบต่อกรณีโค้ชเตี้ย โดยไม่ได้เกิดจากข้อเท็จจริงทั้งหมด

Quote
2. โค้ชต้องดี ต้องสอนให้นักกีฬา มี Spirit รู้จักอะไรควรอะไรไม่ควรด้วยไม่ใช่สอนกติกา กับสอนให้เตะบอลเป็นอย่างเดียว
(บอลแพ้ทะลึ่งไปโบกมือเรียกให้คนดูลงมาในสนามด้วย ..โค้ชผลักอกกันอีก ไม่สำรวมอารมณ์ รู้ทั้งรู้ว่าไอ้อีกฝั่งมันยั่ว ก็ยังไปตามเกม มีอารมณ์ แล้วเป็นไงกล้องมันโพสมาพอดี๊ ...เงียบๆไปเลย พี่เตี้ย)
ผล ..จบด้วยโทษคนดู ... คนดูไม่ดี ..รับไป เพราะ คนมันเยอะ โยนๆไปให้พ้นตัวกัน

ยิ่งคุณเจ๋งมาบอกว่า โค้ชเตี้ยโทร.มาขอคำปรึกษา อ.ปรางทิพย์
ผมก็ยิ่งรู้สึกแหม่งๆกับท่าทีของ อ.ปรางทิพย์ ที่อยู่ต่อหน้าและอยู่ลับหลังโค้ชเตี้ยว่าจะเป็นคนละแบบกัน
การพูดคุยกันของสองท่านทางโทรศัพท์ ผมเชื่อว่า ชื่นมื่น โอภาปราศรัย มากไมตรีแน่นอน
... และหากโค้ชเตี้ยได้มาเห็นหรือได้ยินสิ่งที่ อ. ปรางทิพย์ วิจารณ์เหตุการณ์ให้นศ.ป.โทฟัง ผมคิดว่า โค้ชเตี้ยถึงสะอึกแน่

คุณเจ๋งเล่าว่า อ. ปรางทิพย์ บอกว่า
"บอลแพ้ทะลึ่งไปโบกมือเรียกให้คนดูลงมาในสนามด้วย"
อ. ปรางทิพย์ เห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้จริงเหรอ ---> "โบกมือเรียกคนดูลงมาในสนาม"
ก็โค้ชเตี้ยเองที่บอกตรงกันข้ามกันเลยกับความเห็นของ อ. ปรางทิพย์ นี้
แถมโค้ชเตี้ยบอกว่า มาช่วยห้ามอารมณ์ของคนดูให้สงบลงตังหาก

อ. ปรางทิพย์ บอกอีก
"โค้ชผลักอกกันอีก ไม่สำรวมอารมณ์
รู้ทั้งรู้ว่าไอ้อีกฝั่งมันยั่ว ก็ยังไปตามเกม มีอารมณ์"
น่าจะเป็นอารมณ์โกรธของโค้ชเตี้ยที่ถูกโค้ชโรมาเนียยั่วโทสะมากกว่า
คงน้อยใจทั้งที่ตนเองลงมาห้ามกองเชียร์อาละวาด แต่กลับถูกยั่วโทสะในขณะที่ผลสกอร์ถูกนำ
อารมณ์เกรี้ยวกราดของโค้ชเตี้ยจึงเป็นคนกรณีกันกับยั่วยุให้เกิดเหตุปะทะของกองเชียร์ ครับ

   
อ. ปรางทิพย์ บอกว่า
"แล้วเป็นไงกล้องมันโพสมาพอดี๊ ...เงียบๆไปเลย พี่เตี้ย"
ก็นี่ไงครับ อ. ปรางทิพย์ ดูจากภาพข่าวทีวี ไม่ได้เอาข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาวิพากษ์
อ. ปรางทิพย์ ไม่ได้เห็นว่า โค้ชโรมาเนีย พูดอะไรออกมา จนโค้ชเตี้ยหมดความอดกลั้น มั๊ง
ซึ่งผมก็ดูจากภาพข่าวทีวีเช่นกัน เห็นโค้ชโรมาเนียหันหลังให้กล้อง แต่น่าจะใช้คำพูดอะไรบางคำ
ต่อโค้ชเตี้ยแน่นอน โค้ชเตี้ยจึงทำท่าโกรธ ฮึดฮัดวิ่งเข้าใส่ ต้องมีคนห้ามปรามหลายคน

ประโยค "เงียบๆไปเลย พี่เตี้ย" นี้
เหมือนกับว่า โค้ชเตี้ยยอมรับความผิดซะงั้น
ทั้งที่จากคำสัมภาษณ์ของโค้ชเตี้ย ผมไม่เห็นอย่างนั้น
มีแต่โค้ชเตี้ยพยายามอธิบายเหตุการณ์และสถานการณ์ขณะนั้น







* คุณNiteLight

อ. ปรางทิพย์ ที่คุณเชิดชูหนักหนา ว่าเก่ง ลูกศิษย์เจ๋ง
ผมก็เพิ่งจะได้ยินชื่อ อ. ปรางทิพย์ มาในช่วงปีสองปีหลังมานี้เอง
ที่คุณบอกก็เป็นความจริงที่ อ. ปรางทิพย์ อาจจะ popular ในวงการมากๆ
แต่ก็ยังไม่โด่งดังจนเป็นที่รู้จักถึงตาถึงหูของประชาชน

จำได้ว่า ในคลื่นวิทยุ 96.5 มั๊ง
อ. ปรางทิพย์ มาโปรโมทหลักสูตร sport management แห่งแรกประเทศไทย
ทีแรกผมยังเข้าใจว่าเป็น ม. ศรีปทุม แต่เห็นข้างบนบอกว่า ม.ราชภัฎฯ

ที่คุณแนะนำผมว่า อย่าบอกว่า อ. ปรางทิพย์ไม่ให้ความเป็นธรรมกับโค้ชเตี้ย
ผมว่านะ เท่าที่ได้อ่านความคิดของ อ. ปรางทิพย์ จากเนื้อกระทู้ของคุณเจ๋ง
นอกจาก อ. ปรางทิพย์ จะไม่ได้พิจารณาอย่างเป็นธรรมแล้ว ยังหยิบเอาเหตุการณ์นี้มาใช้ประโยชน์
หยิบ topic ที่เป็น talk of the town มาประกอบการเรียนการสอน ... คนเราพูดตำหนิคนอื่น ทำได้ง่ายครับ

ผมเป็นกองเชียร์ทีมฟุตบอลการท่าเรือฯมานานแล้ว คุณ NiteLight ถามทำไมเหรอครับ
อย่าบอกนะว่าคุณคิดว่าผมจะเชียร์กีฬาฯอย่างไม่ลืมหูลืมตา ลืมความถูกต้อง ลืมความเป็นธรรม
ความคิดเห็นของผม ทีมฟุตบอลการท่าเรือฯก็เป็นแค่ทีมระดับสโมสร ไม่ใช่ ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย
การที่ผมจะรักซึมลึกกับทีมการท่าเรือฯก็แค่ระดับหนึ่ง อย่าลืม ที่นี่ประเทศไทย คนไทยเชียร์ฟุตบอลทีมชาติไทย
คนไทยยังไม่ได้เชียร์ทีมสโมสรฟุตบอลในแบบบ้าคลั่ง เข้ากระแสเลือด จึงไม่เหมือนกองเชียร์ในยุโรป

และอีกเช่นกัน คำถามของคุณ NiteLight ที่ว่า
ผมฟังโค้ชเตี้ยจากผจก.สื่อเดียวหรือเปล่า ไม่ฟังเสียงที่สื่ออื่นสัมภาษณ์คนอื่น
หรือเสียงของประชาชนที่เค้าพูดกัน ดูเหมือนไม่ให้ความเป็นธรรมกับเสียงด่าของผู้ชมเหมือนกันนะครับ

ผมไม่เห็นประเด็นความจำเป็นที่คุณจะเอามาถามผมแบบนี้เลย
ผมนี่แหละเป็นประชาชนคนหนึ่ง เป็นผู้ชมที่คุณได้กล่าวอ้างถึง
ผมมีความเห็นของผมแบบนี้ ก็เพราะผมมาเชียร์กีฬาฯฟุตบอลที่ผมรัก
ผมไม่ได้มีส่วนผลประโยชน์จากความเห็นของผมที่แสดงขัดแย้งกับความเห็นของ อ.ปรางทิพย์
เพียงแต่ผมเห็นว่า อ. ปรางทิพย์ ควรจะมีทัศนคติต่อวงการกีฬา โดยเฉพาะตัวบุคคลที่ดีกว่านี้

 
although the other plate ... your poops , you scoop.  :em16:

Offline Nerverdie

  • Member
  • *
  • Posts: 38
  • Respect: +16
ผมอ่านแล้วจับใจความได้ความเห็นแตกต่างหลายจุดครับ

1. ผมอ่านได้ความว่า คุณสะสมโทรมาหา ปรึกษาอาจารย์ชาญวิทย์จากประโยคนี้ครับ
ตอนที่คุณสะสมโทรศัพท์มาคุย ขอคำปรึกษากับอาจารย์หรั่งเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แนะนำให้พี่เตี้ยอยู่นิ่งๆไว้ก่อน ไม่ใช่โทรคุยกับอาจารย์ปรางทิพย์แน่นอนคับ
2. คุณแมวม่อน รู้จักโค้ชเตี้ย และนักกีฬาท่าเรือมากน้อยแค่ไหน ความเป็นสุภาพบุรุษในสนามมีมากน้อยแค่ไหน การควบคุมอารมณ์ การอดทน อดกลั้น ล่ะ ตอนแข่งเหนื่อยๆ เนี่ยมันฟิวส์ขาดง่ายๆ นะ เคยมะเป็นนักกีฬาลงแข่งเนี่ย ผ่านแล้ว ขอโทษแล้ว จบเถอะ อย่าต่ออีกเลยคับ ผมก็แฟนนิวัติ สุขสวัสดิ์ สุทธา สุขสะอาด เจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง วันที่เจษฎาภรณ์ถูกเตะขาหักในสนาม ไม่มีแฟนท่าเรือคนไหนโกรธแค้นฝ่ายตรงข้ามเลยคับ เพราะนั่นคือเกมกีฬา โค้ชคือนักกีฬาเก่า แต่วันนี้มาเป็นโค้ช ยังไม่ลืมบทบาทเก่า ต้องเปลี่ยนบุคลิก เพราะโค้ช คือ Role model ต้นแบบของนักกีฬา ในสนามโค้ชก็เป็นศูนย์กลางของทีม
3. ถ้าเป็นแฟนท่าเรือจริงต้องยอมรับคำวิจารณ์ทุกด้าน ทุกฝ่าย เพราะเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว เรามาคิดดีกว่าว่าจะไม่ให้เหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมาอีกได้อย่างไร
4. เรื่องการสอนในห้องเรียน เป็นการแสดงความคิดเห็นและต้องการความคิดเห็นจากลูกศิษย์ด้วยว่าเขามองอย่างไร คิดเห็นอย่างไร คนรุ่นใหมjคิดอะไร คงไม่ใช่ทัศนคติที่ดีหรือไม่ดีต่อวงการของอาจารย์หรอกคับ 
5. ต้องถามสื่อว่ามุมในการนำเสนอ ต้องการอะไร เพราะนี่คืออิทธิพลของสื่อในการนำเสนอภาพ ข่าวทุกแง่ทุกมุม สัมภาษณ์โค้ชเตี้ยแล้วสัมภาษณ์ โค้ชฝรั่งหรือเปล่า ใครกันแน่ที่ไม่ให้ความเป็นธรรม
6. นี่คือการสอน Morality ที่คนกีฬา (จริงๆ) ต้องมี
7. คุณแมวม่อนช่วยหาเพลงกราวกีฬาของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี อ่านแล้วแปลเพลงนี้คับ ว่าคืออะไร Sportmanship


Immortal

ผมอ่านแล้วจับใจความได้ความเห็นแตกต่างหลายจุดครับ

1. ผมอ่านได้ความว่า คุณสะสมโทรมาหา ปรึกษาอาจารย์ชาญวิทย์จากประโยคนี้ครับ
ตอนที่คุณสะสมโทรศัพท์มาคุย ขอคำปรึกษากับอาจารย์หรั่งเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แนะนำให้พี่เตี้ยอยู่นิ่งๆไว้ก่อน ไม่ใช่โทรคุยกับอาจารย์ปรางทิพย์แน่นอนคับ
2. คุณแมวม่อน รู้จักโค้ชเตี้ย และนักกีฬาท่าเรือมากน้อยแค่ไหน ความเป็นสุภาพบุรุษในสนามมีมากน้อยแค่ไหน การควบคุมอารมณ์ การอดทน อดกลั้น ล่ะ ตอนแข่งเหนื่อยๆ เนี่ยมันฟิวส์ขาดง่ายๆ นะ เคยมะเป็นนักกีฬาลงแข่งเนี่ย ผ่านแล้ว ขอโทษแล้ว จบเถอะ อย่าต่ออีกเลยคับ ผมก็แฟนนิวัติ สุขสวัสดิ์ สุทธา สุขสะอาด เจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง วันที่เจษฎาภรณ์ถูกเตะขาหักในสนาม ไม่มีแฟนท่าเรือคนไหนโกรธแค้นฝ่ายตรงข้ามเลยคับ เพราะนั่นคือเกมกีฬา โค้ชคือนักกีฬาเก่า แต่วันนี้มาเป็นโค้ช ยังไม่ลืมบทบาทเก่า ต้องเปลี่ยนบุคลิก เพราะโค้ช คือ Role model ต้นแบบของนักกีฬา ในสนามโค้ชก็เป็นศูนย์กลางของทีม
3. ถ้าเป็นแฟนท่าเรือจริงต้องยอมรับคำวิจารณ์ทุกด้าน ทุกฝ่าย เพราะเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว เรามาคิดดีกว่าว่าจะไม่ให้เหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมาอีกได้อย่างไร
4. เรื่องการสอนในห้องเรียน เป็นการแสดงความคิดเห็นและต้องการความคิดเห็นจากลูกศิษย์ด้วยว่าเขามองอย่างไร คิดเห็นอย่างไร คนรุ่นใหมjคิดอะไร คงไม่ใช่ทัศนคติที่ดีหรือไม่ดีต่อวงการของอาจารย์หรอกคับ 
5. ต้องถามสื่อว่ามุมในการนำเสนอ ต้องการอะไร เพราะนี่คืออิทธิพลของสื่อในการนำเสนอภาพ ข่าวทุกแง่ทุกมุม สัมภาษณ์โค้ชเตี้ยแล้วสัมภาษณ์ โค้ชฝรั่งหรือเปล่า ใครกันแน่ที่ไม่ให้ความเป็นธรรม
6. นี่คือการสอน Morality ที่คนกีฬา (จริงๆ) ต้องมี
7. คุณแมวม่อนช่วยหาเพลงกราวกีฬาของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี อ่านแล้วแปลเพลงนี้คับ ว่าคืออะไร Sportmanship



เอ้า ไปๆมาๆ ว่าจะคุยกันเรื่องเหตุการณ์จราจลย่อยที่เกิดขึ้น
กลายเป็นควันหลงที่บานปลาย และเป็นผมเองต้องถูกตั้งคำถามซะเนี่ย

1. โอ้ๆ จริงครับ โค้ชเตี้ยโทร.คุยกะ อ. หรั่ง ... ผมอ่านข้อความของคุณเจ๋งไม่ดีเอง
งั้นต้องขออภัยกับเรื่องต่อว่า อ. ปรางทิพย์ กรณี อ. ปรางทิพย์ไม่ได้คุยโทร.กับโค้ชเตี้ยไว้ที่นี่ด้วย

แต่นั่นก็เป็นแค่ความเข้าใจผิดของผม ซึ่งไม่ใช่ประเด็นของเรื่องนี้ที่จะว่ากันเรื่องพฤติกรรมของโค้ชเตี้ย

2. ผมไม่ได้รู้จักโค้ชเตี้ย/นักเตะการท่าเรือฯหรอก คุณจึงไม่ต้องถามผมถึงอุปนิสัยหรืออะไรของพวกเขา
ผมเพียงแต่เห็นกระทู้นี้ว่า อ.ปรางทิพย์ ต่อว่าโค้ชเตี้ย ปรักปรำถึงขนาดพูดว่า "โบกมือเรียกคนดูลงมาในสนาม"
ผมจะถามว่า โค้ชเตี้ยได้ทำไว้อย่างนั้นจริงไหม ก็ในเมื่อ อ. ปรางทิพย์กล้ากล่าวหาและโค้ชเตี้ยก็ปฏิเสธมาแล้ว
 
ส่วนคำถามที่คุณถามผมว่าเคยเป็นนักกีฬาลงเล่นไหม
คุณเอามาถามผมทำไม มันเกี่ยวข้องอะไรกับกระทู้นี้ด้วยเหรอ!   
ถ้าผมตอบว่า ผมเคยเป็นนักกีฬา เคยลงแข่งขันบาสเก็ตบอลกรมพละนักเรียนมัธยมปลายมาก่อน
คุณก็จะมีคำถามมาป้อนถึงผมอีก ... และถ้าผมบอกว่า ผมไม่เคยเป็นนักกีฬามาก่อน ผมก็คงจะถูกคุณไล่บี้ๆๆๆ
ผมจึงคิดว่า คำถามนี้ ไม่สมควรเอามาถามผมเลยครับ

คุณนิวัติ ศรีสวัสดิ์ ไม่ใช่ สุขสวัสดิ์ / คุณสุทธา สุดสะอาด ไม่ใช่ สุขสะอาด
ใครๆก็รู้ คุณนิวัติ เป็นคนอารมณ์เย็นเจี๊ยบ ไม่เคยมีเรื่องราววิวาทกับใคร
เป็นสิงห์สนามศุภฯ เป็นกัปตันทีมชาติไทย เป็นนักกีฬาตัวอย่าง
คุณเคยเห็นคุณนิวัติ สติแตกกับเกมไหม ... อาจเคย/อาจไม่เคย ... แต่ผมเคยครับ
และอย่าว่าแต่คุณนิวัติ เลย แม้แต่คุณเจษฎาภรณ์ คุณมนัส วิทรมะ (เสียชีวิตไปแล้ว)
คุณพัลลภ มะกล่ำทอง , คุณชัยวัฒน์ พรหมมัญ , คุณพิชัย คงศรี , คุณสมพงษ์ วัฒนา ฯลฯ
รายชื่อที่ผมเอ่ยมาทั้งหมดนี้ แฟนทีมการท่าเรือฯพันธุ์แท้รู้กันดีว่าเป็นแบรนด์ใจเย็นทุกท่านครับ
นักกีฬาก็คนนะครับ สถานการณ์ในสนาม ผลแพ้/ชนะ เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาอยู่แล้ว
อย่าหวังว่า แบรนด์ใจเย็นจะไม่เปลี่ยนเป็น คนเลือดร้อนได้ตลอดทุกสถานการณ์สิครับ
และถ้าผมยกตัวอย่างคนใจเย้นเย็นอย่าง Bjohn Bork คุณตามกีฬามานาน น่าจะจำได้
และย่อมเห็นวันที่ที่ Bork เบรคแตก ฟาดแร๊กเก็ต / ทะเลาะกับผู้กำกับเส้นข้างสนาม

หรืออย่างกรณีที่คุณอ้างถึง

"โค้ชคือนักกีฬาเก่า แต่วันนี้มาเป็นโค้ช ยังไม่ลืมบทบาทเก่า ต้องเปลี่ยนบุคลิก
เพราะโค้ช คือ Role model ต้นแบบของนักกีฬา ในสนามโค้ชก็เป็นศูนย์กลางของทีม"

คุณลองบอกถึงชื่อของโค้ชดังๆที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองในฐานะเป็นโค้ชมาสักคนครับ
ผมก็ยังเคยเห็น แฟรงค์ ไรจ์การ์ด / รุด กุลลิต นักเตะใจเย้นเย็น แล้วมาเป็นโค้ชตบะแตกภายหลัง
ผมยังไม่เคยเห็นจะมีโค้ชคนดังคนไหนในโลกจะมีอารมณ์เนิบๆได้ตลอดเวลาครับ


3. คุณโพสต์อะไรเข้ามาเนี่ย

"ถ้าเป็นแฟนท่าเรือจริงต้องยอมรับคำวิจารณ์ทุกด้าน ทุกฝ่าย
เพราะเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว เรามาคิดดีกว่าว่าจะไม่ให้เหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมาอีกได้อย่างไร"


ผมอ่ะเป็นแฟนทีมฟุตบอลการท่าเรือมานานมากๆ เกิน 30 ปีแล้ว
ผมบอกคุณเมื่อไหร่ว่าผมไม่ยอมรับคำวิจารณ์กรณีชุลมุนที่เกิดขึ้น
หรืออีกทางหนึ่ง ผมวิจารณ์ อ. ปรางทิพย์ที่กรุเรื่อง โบกมือ ไม่ได้เลยเหรอ
ผมเห็นว่า อ. ปรางทิพย์ ฉวยโอกาสเอาเรื่องนี้มาสอน นศ.ป.โท อย่างผิดๆ
ผมมาถกด้วยตรรกะ ความเป็นไปได้ ผมไม่ได้มาถกด้วยการไม่ยอมรับคำวิจารณ์
หรือตะแบงช่วยโค้ชเตี้ย หรือช่วยทีมการท่าเรือฯ ... คุณดูเจตนาของผมผิดไปหรือเปล่าครับ

ถ้าคุณย้อนกลับไปอ่านอีกสองกระทู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกองเชียร์ไล่ตีฝ่ายตรงข้ามในเว็บนี้
คุณก็จะเห็นว่า ผมโพสต์ถึงกองเชียร์อันธพาลทีมการท่าเรือฯนี้ไว้ว่าอย่างไรบ้าง

 
4. เรื่องการสอนของ อ. ปรางทิพย์ โดยหลักรวมก็โอเค สอนระดับป.โท นะครับ
แต่ เรื่องที่ อ. ปรางทิพย์ กรุว่า "โค้ชเตี้ยโบกมือเรียกคนดูลงสนาม" เป็นเรื่องที่พลั้งเผลอหลุดปากมั๊งครับ


5. ปัญหาเรื่องภาพโค้ชเตี้ยออกทีวีกร่างอยู่ฝ่ายเดียวทั้งที่มีเหตุการณ์เกิดก่อนหน้านั้น
มองยังไงก็พบว่า สื่อนำเสนอภาพข่าวไม่ครบถ้วน อาจเพราะถ่ายภาพไม่ทันมากกว่าจะมีเจตนาเล่นงานโค้ชเตี้ยครับ

6. และ 7. ผมขออนุญาตที่จะไม่ตอบกลับครับ     
although the other plate ... your poops , you scoop.  :em16:

เจ๋ง

  • Guest

กำ กำ ในสนาศุภจบไปแล้ว ในรัชมังคลาฯนี้ ยังปะทะกันต่อไป
งั้นนู๋เจ๋งเคลียร์เองค่ะ
อาจารย์ของนู๋เจ๋งไม่ได้ปรักปรำหรือกุข่าว
พูดว่าโค้ชเตี้ยเป็นคนโบกมือเรียกคนดูลงมาในสนาม...เข้าใจผิดอีกแล้ว...
อ่านใหม่ๆอีกรอบนะคะ

กลับไปอ่านตัวอักษรในสิ่งที่นู๋เจ๋งโพสใหม่อีกรอบ นู๋เจ๋งพิมพ์อะไรไปบ้าง
คุณแมวม่อนคะ
นักกีฬาคนที่โบกมือเรียกคนดูลงมาในสนามออกมาขอโทษ ผ่านสื่อแล้วนี่คะ

1. นักกีฬา ต้องเก่งก่อน
2. โค้ชต้องดี ต้องสอนให้นักกีฬา มี Spirit รู้จักอะไรควรอะไรไม่ควรด้วยไม่ใช่สอนกติกา กับสอนให้เตะบอลเป็นอย่างเดียว
(บอลแพ้ทะลึ่งไปโบกมือเรียกให้คนดูลงมาในสนามด้วย ..โค้ชผลักอกกันอีก ไม่สำรวมอารมณ์ รู้ทั้งรู้ว่าไอ้อีกฝั่งมันยั่ว ก็ยังไปตามเกม มีอารมณ์ แล้วเป็นไงกล้องมันโพสมาพอดี๊ ...เงียบๆไปเลย พี่เตี้ย)

นักกีฬาตะหากที่ทะลึ่งโบกเรียกคนดูลงมา แล้วมีโค้ชไปผลักอกกัน
อ่านตัวอักษรกันใหม่อีกรอบนะคะ...เงียบไปเลยพี่เตี้ย<<ก็สำนวนนู๋เจ๋งเองค่ะ
ทำให้เกิดความคิดว่า เป็นการกุเรื่อง หรือกล่าวหา
แล้วมาว่าอาจารย์ของนู๋ฉวยโอกาสอีกเอามาสอนอย่างผิดๆ เวนกำ เวนกำ
การอ่านตัวอักษรและความเข้าใจของคุณแมวม่อนคงมีปัญหา  บวก อารมณ์กันเข้าไปอีก
ถ้าจะว่า มาที่นู๋เจ๋งนี่เลยค่ะ ว่าสื่อสารไม่ได้เรื่อง...

เรื่องพฤติกรรมของนักกีฬาและโค้ช รวมทั้งการให้ข่าวของสื่อมวลชนได้สร้างความวุ่นวายในสนามจริงๆ โดยคนดูรับภาพรวมถึงบรรยากาศนั้นๆ
อย่างไรก็ตาม ความจริงก็คือตามนั้น ปล่อยให้สังคมตัดสินกันต่อไปค่ะ

 
 



เอ๋า บานปลายๆ
ถึงขนาดให้ต้องแปลเพลงไทยเป็นไทยเลยนะนั่น

และผมก็อ่านใน quote ซ้ำแล้วหลายๆรอบ ก่อนจะโพสต์นะเนี่ย


Quote
2. โค้ชต้องดี ต้องสอนให้นักกีฬา มี Spirit รู้จักอะไรควรอะไรไม่ควรด้วยไม่ใช่สอนกติกา กับสอนให้เตะบอลเป็นอย่างเดียว
(บอลแพ้ทะลึ่งไปโบกมือเรียกให้คนดูลงมาในสนามด้วย ..โค้ชผลักอกกันอีก ไม่สำรวมอารมณ์ รู้ทั้งรู้ว่าไอ้อีกฝั่งมันยั่ว ก็ยังไปตามเกม มีอารมณ์ แล้วเป็นไงกล้องมันโพสมาพอดี๊ ...เงียบๆไปเลย พี่เตี้ย)

ผมเชื่อโดยเข้าใจอย่างที่ว่าจริงๆนะคุณเจ๋ง ... การสื่อสารบกพร่องทั้งที่ต้นทางและปลายทาง ซะอ่ะนะ อิ๊อิ๊
although the other plate ... your poops , you scoop.  :em16:

เจ๋ง

  • Guest
นู๋เจ๋งพิมพ์ หมายถึงนักกีฬา เริ่มจากข้อ 1 นักกีฬาต้องเก่งก่อน และข้อ 2 หมายถึง โค้ชต้องสอนนักกีฬาให้ดี ส่วนข้อความในวงเล็บ จนถึงข้อความเงียบไปเลยพี่เตี้ย นั่น นู๋เจ๋งพิมพ์เองเอง พี่น้อง... ค๊าบบบ
Quote
1. นักกีฬาต้องเก่งก่อน
2. โค้ชต้องดี ต้องสอนให้นักกีฬา มี Spirit รู้จักอะไรควรอะไรไม่ควรด้วยไม่ใช่สอนกติกา กับสอนให้เตะบอลเป็นอย่างเดียว
(บอลแพ้ทะลึ่งไปโบกมือเรียกให้คนดูลงมาในสนามด้วย ..โค้ชผลักอกกันอีก ไม่สำรวมอารมณ์ รู้ทั้งรู้ว่าไอ้อีกฝั่งมันยั่ว ก็ยังไปตามเกม มีอารมณ์ แล้วเป็นไงกล้องมันโพสมาพอดี๊ ...เงียบๆไปเลย พี่เตี้ย)

เอ้าอ่านอีกทีค่ะ นู๋ว่านู๋พิมพ์ถึงนักกีฬานะคะ เหตุการณ์ในสนามนักกีฬาโบกมือเรียกคนดูลงมา ก่อนที่อีกด้านโค้ชมีเรื่องกัน...

หรือนู๋จะผิด?

Offline NiteLight

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 165
  • Respect: +54
ผมกำลังอ่านอยู่ครับ หึ หึ
NiteLight....

เจ๋ง

  • Guest
อ่อ มากัน
ในวงเล็บนั่น นู๋เจ๋งเองค๊า
อุตส่าห์ใส่วงเล็บไว้แล้วเชียว

มีข้อมูลให้เพิ่มเติมค่ะ เพื่อขยายเรื่องหลักสูตรที่นู๋เจ๋งเรียนอยู่ค่ะ

For your information 
หลักสูตร Sport and Entertainment Business ที่ศรีปทุม เป็นปริญญาเอกและปริญญาโท เปิดในคณะบริหารธุรกิจแห่งแรกในประเทศไทยค่ะ เขียนหลักสูตรโดย ดร.ปรางทิพย์ ยุวานนท์ 
สัปดาห์ก่อน ดร.ณัฐ อินทรปาน มาสอนเรื่องผู้นำกีฬารุ่นใหม่ (ไม่กล้าเอามาโพสให้อ่านแล้ว เดี๋ยวอ่านกันผิดๆแล้วอาจารย์ของนู๋เจ๋งโดนอีก) สัปดาห์ที่ 20 มีนาคม เป็น คุณกิตติรัตน์ ณ ระนองมาสอน ค่ะ คุณ nitelight รีบมาเรียนด้วยเลย เดี๋ยวนู๋จะรับน้อง ฮี่ๆๆ

ส่วน Sports Management ครั้งแรกมีการเปิดสอนระดับปริญญาโทที่ คณะมนุษย์และสังคมศาสตร์ ม.มหิดล เขียนหลักสูตรโดย ดร.นพพร ทัศนัยนา (ตอนนี้ไปอยู่ ม.บูรพาแล้วค่ะ)

Sport Management ในสาขาบริหารธุรกิจ MBA ครั้งแรก ม.ราชภัฎจันทรเกษม โดย ดร.นิลมณี ศรีบุญ กับ ดร.ปรางทิพย์ ยุวานนท์ เขียนหลักสูตรร่วมกัน ตอนนี้มีปริญญาโทจบไปแล้วหลายรุ่น มีปริญญาเอกด้วย

Sports Management มีที่จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย โดยดร.วิชิต คนึงสุขเกษม

Sport Management ระดับปริญญาเอก ในคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขียนหลักสูตรโดย ดร.ปรางทิพย์ ยุวานนท์ ตอนนี้ไปอยู่ม.ศรีปทุมแล้ว

ปีนี้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เปิดในระดับปริญญาเอก โดย ดร.พันวิรา
และ ปริญญาตรี Sports Management เปิดที่ ม.กรุงเทพ-ธนบุรี  โดยคุณเอกรัตน์ ไชยโชติช่วง

ที่มหาวิทยาลัยบูรพา เปิดปริญญาตรี สาขาการสื่อสารทางการกีฬา และมีกลุ่มวิชาการบริหารและการจัดการออกกำลังกายและการกีฬาในคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ทั้งในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก โดย ดร. สันติพงษ์ และ ดร.นพพร จากมหิดลได้มาเป็นอาจารย์อยู่ม.บูรพา
ที่ ม.นเรศวร และ บัณฑิตเอเชียที่ขอนแก่นก็เริ่มกำลังจะเปิด หรือเปิดแล้วค่ะ

(ข้อมูลจากนิตยสาร MBA ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2552)

เจ๋ง

  • Guest
เฮ้อ!

 

หรือนู๋จะผิด?


ถ้าเป็น 3 ปีก่อน
ผมจะโทษ แก๊สโซฮอลผิด ครับ อิ๊อิ๊
although the other plate ... your poops , you scoop.  :em16:

เจ๋ง

  • Guest
งั้นนู๋ผิด
แต่จะสาหัสหนักกว่า
ถ้าครูบาอาจารย์มาเห็นกระทู้นี้ เข้า
ตายแหน่ ตายแหน่ !!

มิน่า พี่ๆ หลายคนออกมาชนแทนอาจารย์ เพราะภาษาที่นู๋พิมพ์นี่เอง


ขี้น้อยใจจริงนะคุณเจ๋ง อิ๊อิ๊
  :cn-ny_3:
although the other plate ... your poops , you scoop.  :em16:

เจ๋ง

  • Guest
ไม่ได้น้อยใจ ใจน้อย
แต่กุ้มใจ ค่ะ

การสื่อสาร สามารถทำให้คนตีกันได้จริงๆ
มิน่าไอ้แม้วมันถึงซื้อสื่อ เล่นสื่อสารมวลชนไปทั่วโลก

เป็นเช่นนี้นี่เอง


กุ้มใจไม่มี ล.ลิง นี่นะ อิ๊อิ๊

การสื่อสารผิดๆคนตีกันมาเย๊อะแล้ว เขาถึงได้มีสอนสาขาสื่อสารมวลชน
และไม่ต้องยกไปเปรียบถึงไอ้แม้วหรอก แค่ในเสรีไทยดอทริดกุน ก็มีให้เห็น
สื่อสารกันผิดๆ จนจ้าวเว็บบอร์ดคนเดิมหลงเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าจะมีคนมายึดเว็บจริง
เกิดเป็นเรื่องโกลาหลอลังการจนจ้าวเว็บบอร์ดกลายร่างเป็นเกรียน
ที่สุด ก็ต้องแยกย้ายกันมาเจริญสัมมาคารวะกันที่เสรีไทยดอทลูกหินนี้


ราตรีสวัสดิ์ด้วยตัวเลขเด็ด 227 โพสต์ ครับ อิ๊อิ๊
although the other plate ... your poops , you scoop.  :em16:

Offline ชด

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3,450
  • Respect: +1491
การสื่อสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ ก็สามารถทำให้เข้าใจถูกได้เช่นกัน
แต่ทั้งนี้ ผู้สื่อสารทุกฝ่าย จะต้อง พร้อมที่จะเปิดรับ และ ทำความเข้าใจในสิ่งที่ตนเองสื่อ และ สิ่งที่ตนเองรับ
ดังนั้น กฏเหล็กในการสื่อสารสองทาง คือ ห้ามปิดหน้าต่าง และ ให้คิดเสมอว่า ผู้สื่อสาร ต้องการสื่ออะไร หากไม่เข้าใจ ให้สอบถาม เพื่อความชัดเจนและลดปัญหาอันเกิดจากการสื่อสารที่เข้าใจไปคนละทาง ครับ
ในบ้านเมืองเราที่ขัดแย้งกันอยู่มากมายส่วนหนึ่งก็เกิดจากการสื่อสารนี่จริงๆล่ะครับ
ในเมื่อเรารู้แล้วว่า มันอาจเป็นสาเหตุ(แบบไม่น่าจะเป็นไปได้) เราก็ต้องพยายามสื่อสารให้ผู้รับเข้าใจมากที่สุด วิธีที่น่าจะเหมาะสม น่าจะเป็น การเปิดหน้าต่างกว้างๆไว้

No one higher than us. Unless we kneel to his own.

Offline NiteLight

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 165
  • Respect: +54
ผมประมวล อ่านข้อความทั้งหมดตามที่ คุณเจ๋งอธิบาย ประกอบกับได้ไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บอื่นนะครับได้ข้อมูลในหลายแหล่งที่พูดถึงเรื่องนิสัยใจคอและเรื่องเหตุการณ์อื่นที่วิจารณ์กัน ขอยกตัวอย่างมาพอเป็นสังเขปดังนี้ครับ

1. คอลัมน์ "เสือเตี้ยสับไก"/ สะสม พบประเสริฐเชิญแฟนๆ พบกับ สะสม พบประเสริฐ อดีตนักฟุตบอลชื่อดังทีมชาติไทย ในคอลัมน์ใหม่ของ MGR/Sport ที่ชื่อว่า "เสือเตี้ยสับไก" ที่จะมาวิเคราะห์-วิจารณ์พร้อมฟันธง

2. http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=94684.0
ความจริงเมื่อผู้กระทำผิดถูกลงโทษไปแล้ว ผมก็อยากจะให้เรื่องจบๆไป เพื่อจะได้ตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาบอลไทยกันต่อ

[color=]แต่วันนี้ไปเจอบทสัมภาษณ์ของคุณสะสมในเว็บๆหนึ่งที่คุณสะสมเป็นคอลัมนิสต์ประจำอยู่ เนื้อหาโดยรวมก็ประมาณจะบอกย้ำว่าตัวเองไม่ได้ผิดอะไรเลยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งผมเห็นแล้วก็เฉยๆนะ
แต่ที่ผมรู้สึกไม่แฟร์ก็คือปกติเว็บนั้นจะเปิดให้คนเข้าไปพิมพ์แสดงความคิดเห็นได้ในทุกข่าว แต่ทำไมสำหรับบทสัมภาษณ์ของคุณสะสสมทำไมต้องทำเป็น one way ล็อกไม่ให้คนเข้าไปคอมเม้นท์
[/color] อย่างนี้สำหรับผมถือว่าทางเว็บหรือไม่ก็คนให้สัมภาษณ์คงไม่กล้าที่จะรับฟังความคิดเห็นอีกด้านหนึ่งของคนอื่นๆที่เข้ามาอ่าน

ความจริงแล้วคุณสะสมอาจจะไม่ผิดอะไรเลย แต่ปฏิกิริยาที่ดูแข็งกร้าวของท่านมันทำให้เรื่องมันยิ่งบานปลาย

ผมอ่านข้อความในกระทู้นี้แล้ว คิดว่า...คุณสะสมเอ๊ยคุณแมวม่อนเองก็ยังกร้าวมากอยู่ ผมจึงไม่โต้ตอบและให้สังคมติดตาม เวลาครับเวลา จะบอกเองว่าใครเป็นอย่างไรครับผม
NiteLight....

Offline ชด

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3,450
  • Respect: +1491
เรื่องคุณสะสม การท่าเรือ และ การประทุษร้ายแฟนบอล ผมมองว่า วัฒนธรรมสังคมไทยเราแย่ลงกว่าเดิม ผู้ใหญ่ที่น่าจะมีความคิด มีสติ ก็ทำเหมมือนเด็กๆที่ความคิดยังก้าวไปไม่ไกล

การรักพวกพ้อง มันต้องรักแบบมีเหตุผล มีสติ ไม่ใช่รักแบบงมงาย รักไร้สติ มิฉะนั้นมันก็จะกลายเป็นเรื่อง เป็นปัญหาตามมา

เคยดูการจัดฉายจอยักษ์ของทรูวิชั่นไหมครับ แฟนบอลทีมใหญ่ๆก็แบ่งข้างไปดูนัดพิเศษกัน แดงเดือดบ้าง ดาร์บี้ลอนดอนระหว่างเชลซี อาร์เซน่อลบ้าง
ผมไม่เห็นว่าจะมีตีกันหรือมีเรื่องใดๆทั้งที่แซวกันไปมา นั่นเป็นเพราะ

- กลุ่มแฟนคลับ มีสติและดูกีฬาเป็นกีฬา ไม่ใช่ดูแล้วตั้งตาทะเลาะกัน
-การจัดงานแต่ละครั้ง เขาคำนวณปริมาณคนและเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างดี มีพิธีกรภาคสนามคอยบิวท์ทั้งอารมณ์คนดูและคอยปรามแบบทีเล่นทีจริง

ที่สำคัญ คนดู มีสติ และมีความคิดดีๆ
แต่คงเอามาเปรียบกับเรื่องที่เกิดขึ้นในไทยไม่ได้ เพียงแต่ดูเอาเยี่ยงได้

กลับมาที่คุณสะสม ผมมีความเห็นว่า ในเวลานั้น คุณสะสมเองก็คงไม่ได้กระทำผิด และ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องไปควบคุมแฟนบอล(ที่เขาก็พูดย้ำว่าเขาดูแลนักบอล ไม่ใช่แฟนบอล) แต่ คุณสะสมก็อารมณ์ร้อนไปนิด  โมโห หรือโกรธ ไม่ผิดครับที่ โดนผลักอก (โดนก่อนจริงๆ) เป็นใครก็โมโห  แต่เขาก็คุมอารมณ์ได้ดีระดับหนึ่ง เพียงแต่ ตอนโดนกระทำ ไม่มีภาพออกสื่อ (สื่อเองนี่แหละไม่ได้ชักไฟออก และสุมไฟเข้า เพื่อตีข่าว ขายข่าว) แต่ดันมีภาพที่แกแสดงอารมณ์เหมือนจะเข้าไปเอาเรื่อง ฮึดฮัดออกมา  ทำให้คนดูที่มองดูการทำร้ายร่างกายของแฟนบอลในภาพข่าวสองสามวินาทีก่อนหน้า พอมาเห็นคุณสะสมฮึดฮัด ก็มองแกไปในแง่ลบ
แยกแยะตรงนี้ก่อน  ตรงนี้ผมเห็นใจแก แกเป็นจำเลยสังคมยกแรก ตรงนี้แหละ ตรงการนำเสนอของสื่อนี่แหละครับ

มาอีกประเด็น ผมว่าคุณสะสมเองเวลาพูดก็ต้องถนอมใจแฟนบอล ต้องตามน้ำไปกะ ประธานสโมสร เพราะแกก็เป็นลูกจ้างสโมสร  ต้องหากินเช่นกัน ก็น่าเห็นใจครับ หากเกิดกะเรา บางทีเราก็อาจทำแบบนั้น

ที่น่าตำหนิคือ ประธานสโมสรมากกว่า การให้สัมภาษณ์ของเขามีนัยยะแฝง คือ เรียกเครดิตจากแฟนบอลท่าเรือ สร้างภาพให้ดูเหมือนว่า เป็นพวกเลือดข้น อะไรทำนองนั้น ซึ่งตรงนี้ไม่สมควรและน่าตำหนิมากกว่า ในฐานะที่ตนเป็นผู้ใหญ่ เป็นประธานสโมสร ควรวางตัวให้ดีกว่านี้

ปลาเน่าไม่กี่ตัว ก็เน่าไปทั้งข้อง หากไม่แยกปลาเน่าออกมาให้ขาด อย่าให้เหลือ มิฉะนั้น ท่าเรือเองนั่นแหละฆ่าตัวตายด้วยสปิริตที่ปลุกขึ้นมาแบบผิดๆ

แฟนท่าเรือที่ดีก็มีครับ คนไม่ดีดูกีฬาไม่เป็นมีส่วนน้อย แต่ทำเสียไปหมด คงต้องใช้เวลาในการทำให้คนอื่นเชื่อถืออีกระยะว่า แฟนส่วนใหญ่ไม่ใช่พวกบ้าพลัง ไร้สมอง

ผมว่าคนผิดไปแล้วไม่ว่าใคร ก็ต้องรู้จักขอโทษ แต่เมื่อขอโทษแล้ว ปรับปรุงแล้ว
เราเองก็ต้องให้โอกาส และให้อภัยเช่นกัน

งั้นจะเรียกกันทำไมว่า "น้ำใจนักกีฬา" :)

No one higher than us. Unless we kneel to his own.

ผมอ่านข้อความในกระทู้นี้แล้ว คิดว่า...คุณสะสมเอ๊ยคุณแมวม่อนเองก็ยังกร้าวมากอยู่ ผมจึงไม่โต้ตอบและให้สังคมติดตาม เวลาครับเวลา จะบอกเองว่าใครเป็นอย่างไรครับผม




คุณ Nitelight ครับ

1. เสียงคุณนุ่มมาก กำลังอยู่ในภวังค์ in love หรือเปล่าครับ อิ๊อิ๊
2. ผมขอนำคำกล่าวของคุณเจ๋งมาให้คุณได้อ่านครับ



Quote
กุ้มใจ ค่ะ

การสื่อสาร สามารถทำให้คนตีกันได้จริงๆ
มิน่าไอ้แม้วมันถึงซื้อสื่อ เล่นสื่อสารมวลชนไปทั่วโลก

เป็นเช่นนี้นี่เอง
although the other plate ... your poops , you scoop.  :em16:

 

หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งที่ Moderator ประจำบอร์ด
เสรีไทยเว็บบอร์ด ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บข้อมูลเทคนิคทาง สารสนเทศ เช่น I.P. Address ,Cookies, Picture และ แหล่งที่มา จะถูกเก็บบันทึกเป็นหลักฐาน มอบให้แก่เจ้าหน้าที่ทางกฎหมาย เพื่อปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติ คอมพิวเตอร์และกฎหมายการสื่อสาร ในปัจจุบัน


Powered by EzPortal