เสรีไทยเว็บบอร์ด : ขอสงวนสิทธิ์ ห้ามจัดกิจกรรม เรี่ยไรเงิน-เปิดรับบริจาค โฆษณาชวนเชื่อ ชักชวนกลุ่มฝูงชนเพื่อผลประโยชน์แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ภายในพื้นที่ serithai.org การแจ้งข่าวสาร ข้อมูลต่างๆ กรุณากำกับ แหล่งที่มาฯ ของ URL หากเป็นข่าวสารของท่านเอง ผู้ดูแลจะพิจารณาอนุญาตเป็นกรณี ตาม พรบ. คอมพิวเตอร์และกฎหมายการสื่อสาร
Share this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on TwitterShare this topic on Yahoo

Author Topic: “ถ้าไม่มีคนดีก็ไม่ต้องเลือก พรรคการเมืองอย่าดูถูกประชาชน”  (Read 2307 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline Crime Minister

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 422
  • แปลงทรัพย์สินเป็นทุน = แปลงทักษิณให้เป็นจุล
  • Respect: +133



ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา “ถ้าไม่มีคนดีก็ไม่ต้องเลือก พรรคการเมืองอย่าดูถูกประชาชน”

ที่มา:http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000059049

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ขณะนี้พรรคการเมืองทุกพรรคต่างวิ่งเข้าสู่สงครามการเลือกตั้งกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ต่างฝ่ายต่างโหมนโยบายขายฝันเพื่อหวังชิงที่นั่งในสภาในการเลือกตั้งครั้งหน้าที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 3 ก.ค.นี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ลงสมัครแต่ละพรรคก็ยังคงเป็นนักการเมืองหน้าเดิม มีแนวคิดแบบเดิมๆ โดยหวังเพียงให้การหย่อนบัตรลงคะแนนเลือกตั้งเป็นเพียงทางผ่านที่จะนำพาพวกเขาเข้าไปนั่งในสภา เพื่อจะมีโอกาสใช้อำนาจหน้าที่แสวงประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้อง
       
       อย่างไรก็ดี ขณะนี้ได้มีหน่วยงานหนึ่งที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อจับตานักการเมืองเหล่านี้โดยเฉพาะ นั่นคือ 'เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย' ซึ่งจัดทำเว็บไซต์เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย หรือ www.tpd.in.th ที่มี 'ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา' อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่งถือเป็นการสร้างปรากฎการณ์ใหม่ทางการเมือง
       
       'ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์' จึงได้สัมภาษณ์พูดคุยกัย ศ.ดร.จรัส ถึงที่มาที่ไป และจุดมุ่งหมายในการจัดทำเว็บไซต์ดังกล่าว
       
       **อยากทราบถึงความเป็นมาของว็บไซต์เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย
       
       เว็บไซต์นี้เกิดจากการรวมตัวของนักวิชการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ นอกจากนั้นยังมีอาสาสมัครที่อาสามาช่วยงานด้วย ก็มาช่วยกันรวบรวม วิเคราะห์ และสร้างฐานข้อมูลเกี่ยวกับการเมืองซึ่งหน่วยงานใดจะนำข้อมูลตรงนี้ไปใช้ก็ได้ คือจากที่ในบ้านเราเนี่ยมีองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับการติดตามเรื่องการเมือง การคอร์รัปชั่น เรื่องธรรมภิบาล ความโปร่งใสของนักการเมืองและหน่วยงานราชการต่างๆอยู่หลายองค์กร เมื่อ 2 ปีที่แล้วก็เลยมานั่งคุยกันว่าเอาข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกันไหม เราเลยจัดตั้งเป็นศูนย์เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย มีหน้าที่จัดทำข้อมูลเพื่อให้บริการกับองค์กรในเครือข่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หน่วยงานไหนมีข้อมูลก็ส่งมาที่เรา เราจะช่วยประมวล วิเคราะห์ และเชื่อมโยงกับข้อมูลที่มีอยู่ เกิดเป็นฐานข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งเรามีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับ ส.ส. นักการเมือง พรรคการเมือง ข้อมูลธุรนกิจที่เชื่อมโยงกับการเมือง บริษัที่รับสัมปทานจากรัฐ ข้อมูลที่เกี่ยวกับหน่วยราชการต่างๆ
       
       ต่อมาเมื่อ 5-6 เดือนที่ผ่านมาเครือข่ายนักวิชาการได้คุยกันว่าน่าจะนำข้อมูลมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ ประกอบกับเป็นช่วงที่ใกล้จะมีการเลือกตั้ง ก็คิดว่าน่าจะให้ความรู้กับประชาชนเพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจทางการเมือง ก็เลยจัดตั้งเป็นเว็บไซต์เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย หรือ www.tpd.in.th ซึ่งในช่วงแรกเนี่ยเราจะเน้นข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของ ส.ส.เป็นหลัก เพื่อที่ชาวบ้านจะได้รู้ทันการเมือง รู้ทัน ส.ส.
       
       **ในเว็บไซต์ฯมีข้อมูลอะไรบ้างที่ประชาชนสามารถนำมาพิจารณาเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้
       
       ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับการทำหน้าที่ในสภาของ ส.ส.แต่ละคนที่อยู่ในรัฐบาลชุดนี้ ส.ส.คนนี้เข้าประชุมสภากี่ครั้ง ส.ส.คนไหน.บ้างที่ทำสภาล่ม มีการเสนอกฎหมายอะไรให้สภาพิจารณาบ้าง และในการพิจารณากฎหมายแต่ละเรื่องเนี่ย ส.ส.คนไหนเข้าประชุมบ้าง ส.ส.คนไหนโหวตให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน ใครโหวตไม่รับ ใครงดออกเสียง ซึ่งชาวบ้านจะรู้เลยว่ากฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน หรือกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อบางกลุ่มเนี่ย ส.ส.คนไหนบ้างที่ผลักดันกฎหมายเหล่านี้ออกมา
       
       มีข้อมูลเกี่ยวกับ ส.ส.ประเภทที่สืบทอดตำแหน่งทางการเมืองจากพ่อแม่ ประเภทพูดอย่างทำอย่าง เช่น บอกจะปฏิรูปที่ดิน จะกระจายที่ดินทำกินให้ประชาชน แต่ตัวเขาเองมีที่ดินเป็นพันไร่ เพราะฉะนั้นกฎหมายกระจายการถือครองที่ดินออกมาเมื่อไร พวกนี้ก็ไม่เอาเข้าสภาหรอก นอกจากนั้นหลังจากสิ้นสุดการเลือกตั้ง คือหลังเดือน ก.ค 2554 เราก็จะนำข้อมูลด้านอื่นๆมาใส่ในเว็บไซต์ด้วย เช่น ทุนกับการเมือง ธุรกิจกับการเมือง ข้าราชการกับธุรกิจ
       
       **เว็บไซต์พูดถึงการหาเสียงของ ส.ส.ด้วยหรือเปล่า
       
       พูดครับ เรามีหัวข้อเรื่องถอดรหัสนักการเมือง เป็นการอธิบายถึงแบบแผนในการหาเสียงของ ส.ส. และบอกว่าภาคไหนหาเสียงแบบไหน นักการเมืองที่มีภูมิหลังแบบไหนมีวิธธีหาเสียงแบบไหน เช่น นักการเมืองที่เริ่มจากเป้นคนหิ้วกระเป๋าให้นักการเมือง จะหาเสียงด้วยวิธีซื้อเสียงมากกว่าเพื่อน
       
       นอกจากนั้นยังมีข้อมูลอื่นๆที่น่าสนใจ เช่น จากสถิติพบว่า ส.ส.ที่มีพฤติกรรมการหาเสียงแบบ ส.ส.ซุปเปอร์มาร์เก็ต คือแจกของ แจกเงิน มีถึง 57.38% พบมากที่สุดในภาคอีสาน คือมีถึง 80% , ส.ส.พึ่งหัวคะแนน มี 86% มากที่สุดคือภาคอีสาน รองลงมาเป็นภาคตะวนตก , ส.ส.ที่ทุจริตเชิงนโยบาย 44% มากที่สุดคืออีสาน 58% รองลงมาคือภาคเหนือ 52% , ส.ส.ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่งในวงราชการ มี 22% พบมากในอีสานมากที่สุด 38% ที่น่าแปลกใจคือ กทม.มาเป็นอันดับ 2 แล้ว กทม.เนี่ยคุณคิดว่าจะเป็นพรรคไหน (ยิ้ม)
[img width=253 height=95]http://i894.photobucket.com/albums/ac145/nick1usa/ImageVoteN

Offline Crime Minister

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 422
  • แปลงทรัพย์สินเป็นทุน = แปลงทักษิณให้เป็นจุล
  • Respect: +133
      **มีการวิเคราะห์ถึงนโยบายของแต่ละพรรคหรือไม่
       
       มีครับ ซึ่งการวิจัยก็พบว่านโยบายของแต่ละพรรคก็ไม่ได้ตรงกับปัญหาของชาวบ้าน เพราะมันเหมือนกับยาชุดที่กินกันทั้งประเทศ ใครไม่สบายก็กินยาชุดนี้ แต่ว่าแต่ละจังหวัดก็มีปัญหากันคนละแบบ บางจังหวัดอาจจะมีปัญหาบางอย่างที่รุนแรง เราวิจัยให้ดูว่านโยบายของแต่ละพรรคสอดคล้องกับปัญหาของแต่ละจังหวัดหรือไม่ ซึ่งพบว่าเกือบทั้งประเทศเนี่ยมันไม่สอดคล้องกันเลย อาจจะได้แค่ 30% หรือ 50%
       
       **เห็นว่ามีข้อมูลบางอย่างที่ไม่สามารถเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ได้
       
       ใช่ครับ เพราะถ้าเอามาลงเราอาจถูกฟ้องได้ อย่างเช่น ข้อมูลของ ส.ส.ที่มีพฤติกรรมสีเทา เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หวยใต้ดิน การค้าของเถื่อน น้ำมันเถื่อน เราบอกชื่อเป็นรายบุคคลได้เลย แต่ไม่สามารถเอาขึ้นเว็บฯได้ คือพวกนี้ไม่มีหลักฐาน ไม่มีใบเสร็จ
       
       **จากข้อมูลเนี่ย ส.ส.ที่มีพฤติกรรมสีเทามีเยอะไหม
       
       มีประมาณ 15% จากที่เก็บข้อมูลใน 18 จังหวัด จาก ส.ส.ระบบเขตที่ยังอยู่ในสภาชุดนี้ประมาณ 180 คน พบว่ามีนักการเมืองสีเทาประมาณ 35 คน ซึ่งดีกรีแตกต่างกันไป มีทั้งที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบ่อนการพนัน ซึ่งมีมาก ทั้ง ส.ส.ที่อยู่ในฝ่ายค้านและรัฐบาล อย่าไปมองว่าพรรคไหนดีกว่าพรรคไหนเลย ทุกพรรคมีคนแบบนี้อยู่อาจจะมากน้อยต่างกัน แล้วก็ ส.ส.ที่บุกรุกที่สาธารณะ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ประเภทนี้เยอะมาก มี ส.ส.ที่เกี่ยวพันกับการคอร์รัปชั่น ส.ส.ที่ปลอมวุมิการศึกษา
       
       **สภาชุดนี้ มี ส.ส.ที่ถึงขั้นมีซุ้มมือปืนในสังกัดไหม
       
       ก็มี พวกนี้มีอยู่ประมาณ 5-6 ราย มีทั้งคนที่มีซุ้มมือปืนเอง และคนที่เคยเป็นมือปืนมาก่อนเป็น ส.ส.ด้วย อยู่ในสภาเราเนี่ยแหล่ะ
       
       **คนที่เป็นรัฐมนตรีแล้วมีพฤติกรรมลักษณะนี้มีไหม
       
       มี รัฐมนตรีก็มีพฤติกรรมแบบนี้เยอะ มีทั้งเกี่ยวข้องกับบ่อนการพนัน และเกี่ยวข้องกับสถานเริงรมย์ที่ผิดกฎหมาย อันนี้มีเยอะ ยาเสพติด ค้ายา มีหมด นักการเมืองบางคนมีพฤติกรรมสีเทาหลายๆอย่างพร้อมกัน มีทั้งซุ้มมือปืน ค้ายาเสพติด เปิดสถานบันเทิงผิดกฎหมาย ขนาดบางคนไม่น่าเป็น ส.ส.เลย แต่มันก็อยู่ของมันได้
       
       **การที่ ส.ส.พวกนี้สามารถเข้าไปอยู่ในสภาได้เนี่ย อาจารย์มองว่ามันสะท้อนถึงอะไร
       
       มันสะท้อนถึงความไม่แยแสของประชาชน คือประชาชนในพื้นที่เขาก็รู้ว่านักการเมืองคนไหนเป็นยังไง แต่ก็ยังเลือกกันอยู่อย่างเนี้ย ผมมองเห็นปัญหา 2-3 ประการที่คนไทยต้องก้าวข้ามไปให้ได้ ประการที่ 1 คือ ประชาชนให้ความสำคัญกับคุณภาพของ ส.ส. น้อยมาก คือ ส.ส.ในจังหวัดเขาจะดีจะเลวเขาไม่สนใจ ส.ส.จังหวัดเขาทำความชั่ว โดดประชุมสภา สภาล่ม เขาไม่สนใจ
       
       ประการที่ 2 คือ แม้จะรู้ว่าผู้สมัครคนนี้ไม่ดี แต่ก็เลือกเพราะมองว่าผู้สมัครคนนี้ให้ความช่วยเหลือเป็นการส่วนตัว เช่น มาช่วยงานบวช งานศพ งานแต่ง ลูกเข้าโรงเรียน ส.ส.ก็ฝากให้ ลูกจะเข้าทำงาน ส.ส.ก็ฝากให้ ลูกถูกตำรวจจับเพราะติดยา ส.ส.ก็ไปประกันให้ คือมอง ส.ส.แบบระบบอุปภัมภ์ เพราะฉะนั้น ส.ส.ก็จะไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาในระดับพื้นที่
       
       ประการที่ 3 คือ ชาวบ้านต้องกบฎกับหัวคะแนน เพื่อไม่ให้คะแนนจัดตั้งพา ส.ส.ไม่ดีเข้ามาในสภาได้
       
       **จากข้อมูลของทางเครือข่ายฯ ช่วงใกล้เลือกตั้งนี่พบพฤติกรรมที่ผิดปกติของนักการเมืองบ้างหรือเปล่า
       
       ก็มีข้อมูลจากทีดีอาร์ไอ (สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย) ที่ระบุว่ามีการขายหุ้นเพื่อนำเงินไปลงในการเมือง อาจารย์เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ จากทีดีอาร์ไอ ซึ่งจับตาเรื่องตลาดหุ้นอยู่ ก็บอกว่าให้ระวังเพราะตอนนี้เริ่มมีบางบริษัทเริ่มเทขายหุ้น หุ้นของบางธุรกิจ เช่น หุ้นเทเลคอมมูนิเคชั่น เราก็รูว่ายี่ห้อไหนสนับสนุนพรรคตไหน จริงๆก็ทุกพรรคแหล่ะ
       
       **อาจารย์คาดหวังว่าการให้ความรู้แก่ประชาชนในลักษณะนี้จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากน้อยขนาดไหน
       
       คือผมหวังว่าถ้าประชาชนรู้ว่า ส.ส.คนไหนไม่ดี จะได้ไม่เลือกเข้ามาอีก และสามารถเลือก ส.ส.ที่ดีเข้าสภาได้ อยากให้ชาวบ้านดูว่าจังหวัดเขามีปัญหาอะไรบ้าง และปัญหาของเขามีนักการเมืองคนไหนหยิบมาแก้ไขบ้างไหม ถ้าไม่เคยทำเลย ก็อย่ามาพูดว่าเป็นตัวแทนของประชาชน ขณะที่พรรคการเมืองเองก็ต้องเปลี่ยนวิธีการคัดเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ประเภทยี้เนี่ยพรรคต้องรับผิดชอบ คนที่ชาวบ้านยี้เนี่ยพรรคต้องไม่เอา
       
       **แล้วถ้าในพื้นที่ของเราไม่มีผู้สมัครที่ดีเลยล่ะ
       
       ก็ไม่ต้องเลือกเลย โนโหวต อย่างที่บางกลุ่มกำลังรณรงค์อยู่ตอนนี้เรื่องโหวตโนเนี่ย ผมเห็นด้วยนะ ถ้าไม่มีคนดีก็ไม่ต้องเลือก พรรคการเมืองอย่าดูถูกประชาชนด้วยการเอาพวกที่ประวัติไม่ดีมาเป็น ส.ส. ก็มีคนถามผมเหมือนกันว่าอาจารย์ถ้าผู้สมัครที่แต่ละพรรคส่งลงมันยี้หมดเลยจะทำยังไงดี ผมก็บอกว่าก็แล้วแต่คุณ... คุณจะไม่เลือกใครสักคนก็เป็นการดี แต่ปัญหาอย่างหนึ่งของบ้านเราคือกฎหมายเลือกตั้งที่ยังไม่เอื้อให้เราจัดการคนพวกนี้ ในบางประเทศเนี่ยถ้าโนโหวตเกิน 50% เขาจะให้เลือกตั้งใหม่ และคนที่ลงสมัครในการเลือกตั้งครั้งนั้นเขาจะไม่ให้ลงสมัครใหม่เพราะการที่มีโนโหวตเกิน 50% แสดงว่าประชาชนเขาไม่เอาคุณ เพราะฉะนั้นคุณอย่าลงสมัครเลย และจริงๆแล้วถึงกฎหมายจะไม่ได้ห้ามลงสมัครใหม่แต่ถึงลงสมัครไปชาวบ้านเขาก็ไม่เลือก
       
       ขณะที่คนดีๆที่คิดจะทำงานการเมืองก็กล้าที่จะเสนอตัวเพราะรู้ว่าชาวบ้านต้องการคนดี ซึ่งในประเทศเหล่านี้เขาเปิดโอกาสให้สมัคร ส.ส.ได้โดยไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง ซึ่งจะเป็นช่องทางให้คนดีแต่ไม่มีทุนและไม่มีพรรคไหนส่งลงสมัครเพราะไม่ใช่พวกเขา บางคนก็เป็นคนที่ชาวบ้านส่งลงสมัครเอง พวกนี้ก็จะมีโอกาสเป็น ส.ส. พรรคกรีนในประเทศต่างๆก็เกิดจากวิธีการแบบนี้ คือมาจากคนที่มีอุดมการณ์แต่พรรคการเมืองไม่เอา ขณะที่ชาวบ้านชอบ พรรคกรีนในหลายๆประเทศเนี่ยได้ ส.ส.เขตไม่เยอะ แต่ได้ ส.ส.สัดส่วนเยอะเพราะประชาชนลงคะแนนให้พรรคกรีนกันเยอะ
       
       **บางคนมองว่าเสียงโหวตโนมันเปล่าประโยชน์ กาโนโหวตไปก็ไม่ได้อะไร
       
       ถ้ามองแค่ว่าการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นระบบตัวแทนก็อาจจะไม่ได้ประโยชน์เพราะเขาจะไม่ได้ ส.ส. แต่ได้ประโยชน์ในแง่ของการแสดงสัญลักษณ์ว่าประชาชนเขายี้นักการเมืองกลุ่มนี้ นักการเมืองกลุ่มนี้คนเขายี้ตั้ง 50% แน่ะ ถ้าเขาได้เป็น ส.ส.จะเป็นยังไง ? ชาวบ้านก็บอกว่า...ไอ้เนี่ยเหรอ มันเป็น ส.ส.ด้วยคะแนนเสียง 5% เอง ผมคิดว่าน่าอายฉิบเป๋งเลย พรรคการเมืองพรรคนี้ส่ง ส.ส.ที่ชนะมาด้วยคะแนน 5% เอง
       
       ซึ่งตรงนี้ทางเครือข่ายข้อมูลทางการเมืองไทยตั้งใจไว้แล้วว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เขตไหนที่มีโนโหวตเยอะเราจะโชว์ให้ดูในเว็บไซต์ แล้วบอกด้วยว่า ส.ส.คนไหนบ้างที่มาจากเขตที่มีโนโหวตเยอะ การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว จังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นจังหวัดที่คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ลงสมัครเนี่ย โนโหวตสูงมาก
       
       **แสดงว่าคนสุราษฎร์ฯมองว่าผู้สมัครที่ลงเลือกตั้งเนี่ยไม่มีใครดีเลย
       
       ประมาณนั้น (หัวเราะ) ยกเว้นคุณสุเทพที่ได้คะแนนเยอะ แล้วสุราษฎร์ฯคือประชาธิปัตย์ คราวนี้เราออกแคมเปญในพื้นที่ภาคใต้ว่า...อย่าเลือกเพราะว่าเคยชินกับพรรคใดพรรคหนึ่ง อย่าเลือกเพราะว่าศรัทธาในตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ให้เลือกโดยดูจากคุณภาพของผู้สมัคร ส.ส.จริงๆ ตอนนี้พรรคการเมืองก็เชื่อไม่ได้ ต้องพิจารณาที่ตัวคนเป็นหลัก
       
       **หัวหน้าพรรคดีคนเดียวก็ไม่ได้หมายความว่าลูกพรรคจะดีด้วย
       
       ใช่ เรารู้ว่าบางคนก็ดีนะ อย่างนายกฯอภิสิทธิ์เนี่ยเป็นคนที่เราเชื่อว่าแกดี เราก็เห็นอยู่แล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์มีนายกฯอภิสิทธิ์ดีอยู่คนหนึ่ง คนอื่นจะดีไม่ดีไม่รู้ พูดตรงๆว่าจากข้อมูลที่เรามีอยู่เนี่ย..ประเภทถึงคอ ว่างั้นเถอะนะ (หัวเราะ) คนอยู่ข้างนายกฯก็ไม่ไหว รับไม่ได้ ผมเองก็คนใต้นะ ผมเชียร์พรรคประชาธิปัตย์มาตั้งแต่สายเลือดเลย แต่ถ้ารักกันจริงก็ต้องบอกว่าพรรคก็ต้องคัดคนที่ดีมาลงสมัครด้วย แต่ที่คัดมามันห่วยแตกน่ะ..พูดง่ายๆ คือไม่ใช่ว่าทำชั่วยังไง คุณภาพแย่ยังไงเราก็เลือก
       
       **อย่าดูถูกประชาชนให้มากนัก
       
       ใช่ ดูถูกเรามาก แหม..เอาอะไรมาลงให้ประชาชนเลือกเนี่ย ! เราต้องให้ชาวบ้านสั่งสอนนักการเมืองเสียบ้างว่าคุณอย่ามักง่าย พรรคไหนก็แล้วแต่ ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย มันก็มีแบบนี้ ต้องให้ชาวบ้านสั่งสอนว่าอย่าส่งคนพวกนี้มา
       
       **ตอนนี้ก็มีบางพรรคที่พยายามบอกว่าถ้าไม่เลือกพรรคเราซึ่งถึงจะเลวก็เลวน้อยกว่า เดี๋ยวพรรคที่เลวมากกว่าจะเข้ามาบริหารบ้านเมืองนะ
       
       แต่ผมคิดว่าเราอย่ามองแค่พรรค มองที่ตัวคนดีกว่า เราไม่ได้รณรงค์เรื่องพรรคนะ ข้อมูลของเว็บไซต์เราเน้นที่ตัวบุคคลเพราะถ้า ส.ส.ดีเนี่ย อย่างน้อยเมื่อเข้าไปทำงานในสภาเขาก็น่าจะมีความรับผิดชอบ สถาบันทางการเมืองก็น่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลง
[img width=253 height=95]http://i894.photobucket.com/albums/ac145/nick1usa/ImageVoteN

Offline Crime Minister

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 422
  • แปลงทรัพย์สินเป็นทุน = แปลงทักษิณให้เป็นจุล
  • Respect: +133
**มีบางประเทศที่เกิดการเปลี่ยนทางการเมืองโดยภาคประชาชน
       
       ครับ อย่างที่ประเทศเกาหลีองค์กรภาคประชาชนเขาจัดให้ชาวบ้านหย่อนบัตรลงคะแนนว่านักการเมืองคนไหนยี้ที่สุดในพื้นที่ของเขา ส.ส.ยอดยี้ในเขตนี้มีใครบ้าง ลงคะแนนกันทุกจังหวัดเลย สื่อก็ช่วยเผยแพร่ข่าวออกไป บางจังหวัดก็จัดกิจกรรมหย่อนบัตร เอา ส.ส.ยอดยี้ขึ้นป้าย มีการนับคะแนนยี้ 1 คะแนน ยี้ 2 คะแนน พอได้ ส.ส.ที่ยี้สุดๆ เช่น คนเกิน 30% บอกว่ายี้นะ เขาจะขึ้นแบล็คลิสต์ แล้วส่งชื่อ ส.ส.เหล่านี้ไปให้พรรคการเมือง บอกเลยว่า ส.ส.ยี้ที่มีอยู่ประมาณ 60 คนเนี่ย คุณอย่าส่งลงสมัครนะ ถ้าส่งมาเราจะรณรงค์ไม่ให้เลือกคนพวกนี้ แล้วก็ไม่เลือกพรรคคุณด้วย คือการเลือกตั้งของเกาหลีก็มีทั้งเลือกพรรคและเลือกคน
       
       ตอนแรกพรรคการเมืองของเกาหลีก็ไม่กลัวเพราะคิดว่าภาคประชาชนไม่เอาจริง เขาก็ส่งพวกยี้ลงสมัคร โดยส่งประมาณ 10 กว่าคน ชาวบ้านพอรู้สึกว่านักการเมืองดูถูกเขาก็เอาจริงเลย เดินถือป้ายรณรงค์กันทุกจังหวัด หัวหน้าโครงการนี้ก็ถูกฟ้อง เพราะ ส.ส.เกาหลีบอกว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งทำให้เสียชื่อเสียง ก็เหมือนบ้านเราน่ะแหล่ะ ฟ้องกันทุกพื้นที่เลย พื้นที่ไหนรับเจ้งความแกก็ไปรายงานตัว แต่ขอประกันตัวออกมาก่อนนะ แล้วก็ไปรณรงค์ในพื้นที่อื่นต่อ จนกระทั่งว่า ส.ส.ยี้ผ่านเข้าไปในสภาได้แค่ 2-3 คน องค์กรภาคประชาชนก็เดินหน้าต่อ ปะกาศว่าถ้าพรรคการเมืองส่ง 2-3 คนนี้เข้าไปทำงานไม่ว่าจะรับตำแหน่งไหนก็จะตามดูทุกวินาทีเลยว่าแต่ละคนไปทำอะไรบ้างและจะรายงานต่อประชาชน ปรากฎว่าพรรคไม่แต่งตั้งให้เป็นอะไรเลย เป็นแค่ ส.ส.ธรรมดา และสักพักก็ค่อยๆเปลี่ยนพฤติกรรม ส่วน ส.ส.ที่ได้คะแนนยี้แต่ไม่มาก แค่ 15% พวกนี้เป็นนักการเมืองเลวเหมือนกัน แต่หลังจากเจอแบบนี้เขาก็เปลี่ยนพฤติกรรมเป็นคนดีขึ้น
       
       วิธีการนี้คนเกาหลีเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2541 ถึงตอนนี้การเมืองเกาหลีเข้าที่เข้าทาง เขารณรงค์ทีเดียวนะแต่ประชาชนเขาตื่นตัวมาก พอการเลือกตั้งครั้งต่อมาในปี 2546 หรือ 2547 นี่แหล่ะ เขาแทบไม่ต้องรณรงค์อะไรเลย ชาวบ้านรู้กันเองว่าใครดีไม่ดี ขณะที่ ส.ส.ก็ทำตัวดีขึ้น ไม่รู้จะเอาอะไรมาตำหนิ ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่มีทั้งการคอร์รัปชั่น บริษัทใหญ่ๆอย่างแดวูก็เป็นธุรกิจที่อาศัยอำนาจทางการเมืองผูกขาดทั้งนั้น หนีภาษี ใช้อภิสิทธิ์ในการรับสิทธิพิเศษในการลงทุน เหมือนบ้านเราทุกอย่าง แย่กว่าเราอีกเพราะคนเกาหลีก็ต้องพึ่งพาบริษัทเพวกนี้เป็นนายจ้าง การที่จะให้คนแสดงท่าทีต่อต้านพฤติกรรมของกลุ่มทุนเหล่านี้ก็เป็นเรื่องยากมาก แต่สุดท้ายเขาก็ทำสำเร็จ ขณะที่การเข้ามากุมอำนาจทางการเมืองของกลุ่มทุนในบ้านเรายังเป็นแบบหลวมๆ
       
       ดังนั้นบ้านเราเนี่ยถ้าเราให้ข้อมูลอย่างเข้มข้นกับประชาชนและให้เขามีส่วนร่วมจริงๆ เขาอาจจะตื่นตัวมากกว่าที่เราคิด แล้วนักการเมืองเนี่ยท้ายที่สุดเขาก็กลัวประชาชนนะ
       
       **ถ้าภาคประชาชนตื่นตัว การเมืองไทยก็น่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลง
       
       ก็เป็นสิ่งที่เราหวังอยู่ แต่เราก็คงต้องเผชิญกับคลื่นอีกหลายลูก อย่างครั้งนี้ผมคิดว่าเครือข่ายของเรากับพรรคการเมืองก็รณรงค์กันไปคนละทาง พรรคการเมืองอาจจะรณรงค์แบบสร้างกระแสกดดันว่าต้องเลือกพรคผมนะ พรรคนั้นมันไม่ดีนะ แต่เราบอกว่าต้องเลือกคนที่มันไม่ยี้นะ ถ้าพรรคไหนที่ส่งผู้สมัครแบบยี้มาคุณอย่าเลือกนะ พรรคไหนจะได้ ส.ส.กี่คนเราไม่สนใจหรอกเพราะถ้าพรรคไม่รับผิดชอบตั้งแต่เริ่มส่งคนเข้ามาก็แสดงว่าเป็นพรรคที่ไม่ดี บอกว่าพรรคดีแต่ส่งเจ้าพ่อมาลง ส.ส. อย่างงี้เป็นพรรคที่ดีเหรอ.... พรรคดีแต่ส่งนักการพนัน เจ้าของบ่อน พ่อค้ายยาเสพติด ค้าของเถื่อน มาลงสมัคร พรรคอย่างงี้ดีเหรอ...
       
       ใครมาก็ไม่สำคัญสำหรับพวกเรา คนอย่างคุณทักษิณจะกลับมาหรือไม่กลับมาผมไม่สนใจนะ เป็นเรื่องของสาธารณะที่ต้องช่วยกันดู แต่ผมมองว่าถ้านักการเมืองยังไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรม ยังเล่นเกมกันแบบนี้ ต้องใช้อำนาจที่สามคืออำนาจของประชาชนมาช่วยกันคัดง้าง
       
       **หลังจากการเลือกครั้งนี้ เว็บไซต์เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทยจะขับเคลื่อนอย่างไรต่อไป
       
       เราจะติดตามพฤติกรรม ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสภาเลย แล้วก็จะมีการจัดเรตติ้ง ส.ส.ยอดเยี่ยม กับ ส.ส. ยอดแย่ คือชาวบ้านต้องมีความเป็นเจ้าของ ส.ส. ไม่ใช่เลือกมาแล้วเขาจะไปทำอะไรก็ช่าง และเมื่อ ส.ส.รู้ว่ามีคนติดตามพฤติกรรมของเขา เขาก็ต้องระมัดระวัง และถึงแม้ว่าเลือกตั้งคราวนี้เราจะเอา ส.ส.ไม่ดีออกไปไม่ได้ทั้งหมด แต่เชื่อว่าก็ต้องหลุดออกไปได้บ้าง จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประชาชน และเราจะสร้างกระแสว่าเลือกตั้งคราวนี้จะสร้างความแตกต่างทางการเมืองได้ไหม เปลี่ยนการเมืองไทยได้ไหม
       
       **อยากให้อาจารย์วิเคราะห์การเลือกตั้งในครั้งนี้
       
       ผมว่าคงแข่งกันดุ ประการแรกคือ การเลือกตั้งครั้งนี้เดิมพันสูงมาก ฝั่งคุณทักษิณก็พยายามที่จะชนะการเลือกตั้ง ให้เป็นเสียงข้างมากให้ได้ เพราะเป็นเรื่องของการกลับมาหรือไม่ได้กลับมา ซึ่งทำให้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคการเมืองที่เหลือต้องลงเดิมพันสูงตามไปด้วย ประการที่ 2 เนื่องจากการเลือกตั้งคราวนี้เป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ซอยเป็นเขตเล็ก ตามสถิติเนี่ยใครที่มีคะแนนจัดตั้งเกิน 35% ชนะเลย เขาก็ใช้ระบบหัวคะแนน และมีการซื้อเสียงอย่ามโหฬาร ทางฝ่าย กกต.ในแต่ละพื้นที่ ก็มีปัญหานะ เพราะพรรคการเมืองก็ส่งคนของตัวเองมาเป็น กกต. ดังนั้นเครือข่ายเรานอกจากจะจับตาผู้สมัครแต่ละพรรคแล้ว ก็ต้องจับตา กกต.ด้วย
       
       **ตอนนี้ผลสำรวจของโพลหลายสำนักก็ออกมาตรงกันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยน่าจะมีคะแนนนำพรรคอื่นๆ
       
       ก็ยังแน่ใจอะไรไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าแต่ละโพลมีที่มาที่ไปอย่างไร ชาวบ้านก็อาจถูกทำให้เชื่อว่าเพื่อไทยจะมา คือมันเป็นโพลแบบชี้นำ ทำโพลแล้วก็รีบออกมาพูด เราก็ไม่รู้ว่าเขาสำรวจในเขตไหนบ้าง อย่างในพื้นที่ภาคอีสานเนี่ย จากการวิจัยของเครือข่ายเราก็เห็นว่าพื้นที่อีสานเหนือเป็นฐานของเพื่อไทย ภูมิใจไทยจะชนะเพื่อไทยได้สักเท่าไรก็ยังอยู่ในเขตอีสาน คือเขตชนบทนี่ชัดเจนว่าเพื่อไทยกับภูมิใจไทยแข่งกัน แต่ถ้าเป็นเขตเมืองก็ไม่แน่ ประชาธิปัตย์ก็เคยครองพื้นทิ่อยู่ ถ้าเชตเลือกตั้งเล็กลง และกินเขตเมืองเข้าไปเกิน 35% ประชาธิปัตย์ก็อาจจะแทรกเข้ามได้บ้าง
       
       **คิดว่าหลังเลือกตั้งการเมืองไทยจะเปลี่ยนไปจากเดิมไหม
       
       ผมว่าจะลงเอยคล้ายกับปี 2550 คือผลการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยอาจมีคะแนนนำทุกพรรค แต่จะตั้งรัฐบาลได้ก็ต้องไปจีบพรรคการเมืองอื่นๆมาร่วมรัฐบาล ก็อยู่ที่ว่าเขาจะตอบรับหรือเปล่า เขาอาจจะกลัวบางเรื่อง ก็ต้องมาคุยกัน เรื่องคุณทักษิณจะว่าอย่างไร ถ้ารับได้พรรคเพื่อไทยก็อ่าจจะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ถ้ารับไม่ได้เพื่อไทยก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพื่อไทยก็ออกมาโวยวายว่าตั้งไม่ได้เพราะมีอำนาจแฝงเข้ามาบงการ มีทหารหนุน เพื่อให้เกิดกระแสขึ้นมา แต่พรรคอื่นก็อาจจะรับถ้าเพื่อไทยให้ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงดีๆ ก็เป็นไปได้เพราะนักการเมืองไม่ได้เห็นแก่ประเทศชาติอยู่แล้ว ขณะเดียวกันถ้าเพื่อไทยตั้งรัฐบาลไม่ได้ ประชาธิปัตย์ซึ่งอาจจะมีคะแนนมาเป็นอันดับ 2 ก็จะจับมือกับพรรคการเมืองอื่นๆ ซึ่งแน่นอนว่าพรรคอื่นก็ต้องต่อรองสูง ยิ่งต่อรองมากก็จะได้รัฐบาลที่ไม่ได้ความ เหมือนกับการจัดตั้งรัฐบาลครั้งเนี้ย พรรคที่มาร่วมก็เอากระทรวงหลักๆอย่าง มหาดไทย พาณิชย์ อุตสาหกรรม คมนาคม ไปหมด ประชาธิปัตย์ก็ไปดูแลเรื่องขี้หมา เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็จะทำงานไม่ได้ ก็ต้องรอดู
       
       ถ้าการเมืองยังเป็นแบบเดิม ไม่ว่าขั้วไหนมาก็ไม่มีเสถียรภาพ ผมเป็นกลางนะ ยิ่งทำวิจัยได้เห็นข้อมูลนักการเมืองแบบที่ผมว่าแล้วยิ่งเป็นกลางใหญ่ คือมันแย่เหมือนกันหมด ถ้าถามว่า ส.ส.คนไหนไม่จริงใจต่อประชาชน ก็ ส.ส.ทุกพรรคน่ะแหล่ะ พูดอย่างทำอย่างทั้งนั้น แหกตาชาวบ้านทั้งนั้น
[/size]
[img width=253 height=95]http://i894.photobucket.com/albums/ac145/nick1usa/ImageVoteN

Offline jrr.

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,606
  • Respect: +755
ใครนะ มันช่างพูดว่า......................
..........ให้เลือกพรรคที่เลวน้อยที่สุด

ไม่เห็นมีพรรคหรือนักการเมืองหน้าไหน.....
..........กล้าออกมาพูดตรงๆเลยว่า...ให้เลือกมัน เพราะ............

..........มันเลวน้อยที่สุด !!! ( ถ้ามันกล้าพูดออกมา...อาจจะเปลี่ยนใจเลือกมัน )

Offline Limmy

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,494
  • Respect: +730
**มีบางประเทศที่เกิดการเปลี่ยนทางการเมืองโดยภาคประชาชน
       
       ครับ อย่างที่ประเทศเกาหลีองค์กรภาคประชาชนเขาจัดให้ชาวบ้านหย่อนบัตรลงคะแนนว่านักการเมืองคนไหนยี้ที่สุดในพื้นที่ของเขา ส.ส.ยอดยี้ในเขตนี้มีใครบ้าง ลงคะแนนกันทุกจังหวัดเลย สื่อก็ช่วยเผยแพร่ข่าวออกไป บางจังหวัดก็จัดกิจกรรมหย่อนบัตร เอา ส.ส.ยอดยี้ขึ้นป้าย มีการนับคะแนนยี้ 1 คะแนน ยี้ 2 คะแนน พอได้ ส.ส.ที่ยี้สุดๆ เช่น คนเกิน 30% บอกว่ายี้นะ เขาจะขึ้นแบล็คลิสต์ แล้วส่งชื่อ ส.ส.เหล่านี้ไปให้พรรคการเมือง บอกเลยว่า ส.ส.ยี้ที่มีอยู่ประมาณ 60 คนเนี่ย คุณอย่าส่งลงสมัครนะ ถ้าส่งมาเราจะรณรงค์ไม่ให้เลือกคนพวกนี้ แล้วก็ไม่เลือกพรรคคุณด้วย คือการเลือกตั้งของเกาหลีก็มีทั้งเลือกพรรคและเลือกคน

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เป็นแนวความคิดที่น่าสนใจมากครับ อยากให้เมืองไทยเราทำได้แบบนี้บ้าง

Offline คุณอรชน

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,791
  • Respect: +212
ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา “ถ้าไม่มีคนดีก็ไม่ต้องเลือก พรรคการเมืองอย่าดูถูกประชาชน” 

ผมให้ความเชื่อถือศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลาโดยตลอด และเห็นด้วยกับประโยคที่ยกมา ผมเชื่อว่าอาจารย์จรัสพูดอย่างนั้นหลังจากพิจารณาตัวบุคคลและพรรคการเมืองแล้วด้วยสติปัญญาและวุฒิภาวะของท่าน....!


 นายชวนกล่าวว่า คนส่วนมากมองนักการเมืองไม่ดี แต่ตนขอยกพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า บ้านเมืองเรามีทั้งคนดีและคนไม่ดี นักการเมืองเองก็ไม่ต่างจากนักธุรกิจ ราชการ หรือสื่อมวลชน ทุกวงการย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไป แต่นักการเมืองอาจวิจารณ์ง่ายกว่า

"เมื่อเราเข้ามาในเส้นทางการเมืองนี้แล้ว เราก็ต้องปกป้องสถาบันในการปกครองระบอบนี้ และเราต้องลงเลือกตั้งด้วยวิธีการที่ชอบ ใครให้ร้ายเราก็ต้องชี้แจง ในสภามีคนไม่ดีอยู่จริง แต่ไม่ใช่เลวทั้งหมด ตามปกติของสังคมที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี"

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1305372132&grpid=01&catid=&subcatid=


อยากจะ VOTE No ขอให้เป็นตัวของตัวเอง...
อย่าหลงตามสนธิ ลิ้มฯและพวก....


และขอฝากคำคมเก่าๆมาให้ระลึกถึง....
"สองคนยลตามช่อง
คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม
คนหนึ่งตาแหลมคมมองเห็นดาวอยู่พราวแพรว
"......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา...มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”.... ประเสริฐ นาสกุลกล่าว

Offline คนเดินดิน

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 321
  • Respect: +159
ไม่เลือกเรา      เขามาแน่

ก็แล้วเลือกเอง  มันดีกว่าเขาตรงไหนวะ?

Offline คุณอรชน

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,791
  • Respect: +212
ไม่เลือกเรา      เขามาแน่

ก็แล้วเลือกเอง  มันดีกว่าเขาตรงไหนวะ?


นายสนธิ กล่าวต่อว่า การโหวตโนครั้งนี้เป็นการช่วยชาติ และช่วยประชาธิปัตย์ให้กลับไปอยู่บ้านตัวเองเสียที พรรคประชาธิปัตย์หมือนคนใจแตกที่ออกไปเที่ยวแล้วลุ่มหลงคลั่งไคล้แสงสี ถึงเวลาต้องกลับมาแล้ว และให้เขารับรู้ความเป็นจริงในความสามารถของเขา เนื่องจากเขาดีแต่พูด เพราะฉะนั้นก็ใช้ศักยภาพในการพูดในสภาเพื่อเป็นฝ่ายค้านจะดีที่สุด

อย่าไปทำงานเลย งานบริหารชาติบ้านเมืองมันไม่ใช่งานที่เหมาะสมกับคุณ อยากให้นายอภิสิทธิ์ลองคิดถึงตอนเป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน เวลาพูดในสภา สายตาทุกคู่จับจ้องดูอยู่ทั่วประเทศ มองแล้วน่าชื่นชมจนน้ำตาคลอด้วยความปลาบปลื้ม คนอะไรพูดเก่งเช่นนี้

แต่พอเป็นนายกฯ แล้ว คุณทำให้คนไทยไม่น้อยต้องสูญเสียทรัพย์สิน ต้องขว้างทีวีพัง ทำให้ภรรยาทะเลาะกับสามี ทำให้ครอบครัวและชาติบ้านเมืองแตกแยก ขอให้คุณกลับมาเสียเถอะ

http://www.manager.co.th/Politics/ViewN ... 0000058084

ทำไม เเป๊ะไม่พูดตรงๆ ไปเลยว่าอยากให้ใครเป็นรัฐบาล   
http:///viewtopic.php?f=2&t=34731



คนที่ไม่โง่เขลาย่อมรู้ว่า.....
สนธิ ลิ้มฯอยากให้"นอมินี"ของนักโทษหนีคุก อดีตเพื่อนรักเพื่อนใคร่เป็นนายกรัฐมนตรี....................ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า



“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา...มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”.... ประเสริฐ นาสกุลกล่าว

Offline paper punch

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 780
  • Respect: +264
อย่างน้อย อี้ แทนคุณ ก็เป็นน้ำดี และเป็นคนที่ใจกล้ามาก มากกว่าผู้ใหญ่ปอดแหกหลายๆคน
คุณอี้ป็นคนที่ผมเห็นว่าสมควรที่จะได้รับการเลือกเข้าไปทำหน้าที่ในสภาอย่างมาก
Love changes everything

ราตรีสวัสดิ์(official version)
http://www.youtube.com/watch?v=JFCooDPQZns&feature=related

Offline คุณอรชน

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,791
  • Respect: +212
อย่างน้อย อี้ แทนคุณ ก็เป็นน้ำดี และเป็นคนที่ใจกล้ามาก มากกว่าผู้ใหญ่ปอดแหกหลายๆคน
คุณอี้ป็นคนที่ผมเห็นว่าสมควรที่จะได้รับการเลือกเข้าไปทำหน้าที่ในสภาอย่างมาก


lสนธิ ลิ้มฯบอกให้ VOTE NO เพื่อไม่เสียชาติเกิด......!
คุณpaper punchคิดจะไปโหวตให้"อี้ แทนคุณ"ก็ไม่ถูกต้องซิ
เพราะ"อี้ แทนคุณ"เป็นผู้สมัครใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์.............ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา...มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”.... ประเสริฐ นาสกุลกล่าว

Offline คุณอรชน

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,791
  • Respect: +212
เมื่อวานนี้ วันนี้สส.ปชป.และสส.พท.ที่เคยมี"วาทกรรม"ในสภาผู้แทนราษฎร์
หลังจากออกจากห้องประชุมสภาฯ ต่างก็ไปนั่งกินข้าว นั่งคุยกันในห้องอาหารสภาฯ.....!
พวกเขาเป็นเสือ สิงห์ กระทิง แรดของสนธิ ลิ้มฯ จำลอง ปานเทพ ประพันธ์..ฯลฯ

ถ้าสนธิ ลิ้มฯ จำลอง ปานเทพ ประพันธ์และผู้คล้อยตามพบเสือ สิงห์ กระทิง แรดเหล่านั้น
จะสะบัดหน้าหนี.....
จะร่วมนั่งกินข้าว นั่งจับเข่าคุยกันรึป่าวววว.........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา...มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”.... ประเสริฐ นาสกุลกล่าว

Offline Crime Minister

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 422
  • แปลงทรัพย์สินเป็นทุน = แปลงทักษิณให้เป็นจุล
  • Respect: +133

ทุกวันนี้เรายอมรับกันโดยดุษฎีว่าโลกเรามีสัณฐานเป็นทรงกลม ก็เพราะเราเห็นด้วยตาชัดๆ ว่าโลกเราหน้าตามันเป็นอย่างไร (จากภาพถ่ายที่ถ่ายจากแซทเทอไลท์ จากยานอวกาศ (หมายเหตุ ต่อเพิ่มโดยผู้โพสท์) แต่ในยุคโบราณที่วิทยาการยังไม่ได้ก้าวหน้า ความเชื่อในหลายๆ ด้านเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันผิด เพียงแต่ในขณะนั้นมัยไม่มีข้อพิสูจน์ใดๆ อีกทั้งองค์ความรู้ก็ยังมีอยู่อย่างจำกัด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทั้งโลกจะเชื่อกันว่าโลกเรานี้มันแบน มันแผ่กว้างออกไปสุดลูกหูลูกตา แล้วก็โลกเรานี่แหละที่เป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาลทั้งมวล

ยุโรปในยุคสมัยโน้นถูกปกครองโดยศาสนจักร แม้จะไม่ได้ปกครองโดยตรงแต่ก็มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายให้คุณให้โทษแก่ผู้ใดก็ได้ ในยุคที่วิทยาศาสตร์ยังไม่ได้ก่อกำเนิดเป็นรูปธรรม ศาสนาไม่ได้เป็นเพียงสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หากแต่ยังเป็นที่พึ่งทั้งทางโลกและทางธรรม เป็นผู้ตอบคำถามในข้อสงสัยทั้งหลายทั้งปวง เป็นเหมือนผู้ชี้นำให้มวลชนเดินตามไปในแนวทางเดียวกัน แม้กษัตริย์เองก็ยังไม่อาจขึ้นครองอำนาจได้ หากไม่ได้รับการยอมรับจากศาสนจักร

ย้อนกลับมาที่กาลิเลโอ ในตอนนั้นคนทั้งโลกพากันเชื่อว่า โลกเรานี้แบนและโลกยังเป็นศูนย์กลางของจักรวาบ แต่กาลิเลโอไม่เชื่อเช่นนั้น ปราชญ์ชาวเมืองปิซ่าผู้นี้ประกาศว่าโลกเราน่ะมันกลม อันที่จริงทฤษฎีเรื่องโลกกลมมีมาตั้งแต่ในสมัยของอริสโตเติลแล้ว จนมาถึงยุคของ นิโคลัส โคเปอร์นิคัส เขาเป็นคนแรกๆ ที่คิดทฤษฎีนี้ขึ้นมาอย่างจริงๆ จังๆ แต่เขาก็ไม่ได้ประกาศออกมาด้วยเกรงอำนาจของศาสนจักร แต่กาลิเลโอไม่เป็นเช่นนั้น เขากล้าท้าทายคำสอนของศาสนจักรโดยการประกาศความเชื่อที่ว่านี้

ไม่เพียงเท่านั้น กาลิเลโอ ยังกล้าท้าพิสูจน์หลายๆ ทฤษฎีต่อหน้าสาธารณะ ที่โด่งดังที่สุดเห็นจะไม่พ้นการทดลองที่หอเอนปิซ่ากับทฤษฎีที่ว่า วัตถุต่างชนิดกันจะตกลงสู่พื้นพร้อมกันหากปล่อยจากที่สูงในระยะทางที่เท่ากัน เขาทำการทดลองโดยใช้ก้อนหิน ลูกเหล็ก และสำลี (บ้างก็ว่าขนนก) ปรากฎว่าสองสิ่งแรกตกถึงพื้นพร้อมกัน (แต่สิ่งสุดท้ายถึงพื้นช้าสุดเพราะมีแรงต้านจากอากาศ) เพราะโดยทั่วเราคนมักเชื่อว่าของที่หนักกว่าจะต้องตกลงถึงพื้นได้เร็วกว่า แต่กาลิเลโอก็ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่จริง

และโดยเฉพาะความเชื่อที่ว่าโลกไม่ได้เป็นศูนย์กลางจักรวาล อันนี้แหละที่ศาสนจักรถือว่าเป็นเรื่องรุนแรงอย่างมากที่เขาบังอาจท้าทายคำสอนของศาสจักร แม้จะไม่มีการพิสูจน์ในยุคนั้นหรือแม้ว่าจะพิสูจน์ได้ก็ตามที ซึ่งหากว่ามันเป็นจริงขึ้นมาก็จะกลายเป็นว่าศาสนจักรเป็นฝ่ายผิด แน่นอนว่าพวกเขาจะผิดไม่ได้ มิเช่นนั้นจะเกิดกาลิเลโอคนที่สอง ที่สาม ตามขึ้นมามากมาย แล้วอำนาจของพวกเขาก็จะสูญสลายไปในที่สุด เพื่อป้องกันการสูญเสียที่ว่านี้ กาลิเลโอ จึงถูกจับกุมและทำการไต่สวนทันที ในข้อหาสร้างความเสื่อมเสียให้แก่ศาสนจักร
แม้ท้ายที่สุด กาลิเลโอจะยอมจำนนต่ออำนาจของศาสนจักร แต่เขาก็ได้รับการยกย่องภายหลังว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ การยอมงอแทนที่จะยอมหักในครั้งนั้นช่วยต่อชีวิตของเขาให้ยืนยาวพอที่จะสร้างสรรค์ทฤษฎีสำคัญๆ ขึ้นมาอีกมากมาย แม้ว่าชั่วชีวิตของเขาหลังจากนั้นจะอยู่ภายใต้การระแวดระวังของทางศาสนจักรก็ตามที
หลายร้อยปีให้หลัง ความไม่เชื่อของกาลิเลโอก็ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่ามันเป็นความจริง ความจริงที่เขาไม่ได้ลบหลู่หากแต่ตั้งคำถามและหาข้อพิสูจน์ แต่กลับถูกปิดกั้นจากเบื้องบนที่มีอำนาจเหนือกว่า กาลิเลโอเป็นผู้หนึ่งที่กล้ายกมือขึ้นซักถาม กล้าคิดต่างจากสิ่งที่ครอบงำอยู่
ที่มา: http://janghuman.wordpress.com/2008/08/25/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%88%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89/

ชาวเสรีไทย จะเป็นอย่างกาลิเลโอ หรือจะเป็นแบบ "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่"


[img width=253 height=95]http://i894.photobucket.com/albums/ac145/nick1usa/ImageVoteN

Offline Crime Minister

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 422
  • แปลงทรัพย์สินเป็นทุน = แปลงทักษิณให้เป็นจุล
  • Respect: +133
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=p4VqB5hgZ8U" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=p4VqB5hgZ8U</a>

“กาลิเลโอ”

คำร้อง ทำนอง : สุรชัย จันทิมาธร

(พูด) ท่านผู้ทรงเกียรติ ท่านสุภาพบุรุษ ท่านสุภาพสตรี ก่อนที่ขบวนแห่ของผู้ประกอบการจะมาถึง เราขอเสนอบทเพลงที่สร้างขึ้นด้วยความยากลำบากและความพยายามอันมากมายมหาศาล กว่าจะได้นำเสนอต่อท่านในที่นี้ ในตรงนี้ … บทเพลงนี้มีชื่อว่าความฝันและความคิดอันชั่วร้ายของนักฟิสิกส์ประจำราชสำนัก ท่านกาลิเลโอ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า … การลิ้มลองอนาคต
อันลูกโลกเรามีมากาเล พระเจ้าแสร้งเสปั้นทรงลงลาย
ทรงสร้างคนสร้างดินสร้างน้ำ สร้างความชุ่มช่ำ สร้างไฟส่องฉาย
ให้ดวงอาทิตย์หมุนรอบโลกเรา มีทุกข์สุขเศร้าเวียนวนกันไป
สุขโศกสีสันดั่งวันราตรี ใจเราน้องพี่ต่างพลีกายใจกาย..ใจกาย…
ถวายชีวิตใกล้ชิดพระองค์ ภักดีมั่นคงไม่เคยแหนงหน่าย
เมื่อใครหน่ายแหนงสำแดงฤทธี ความพินาศบัดสีจะมาเยี่ยมกราย…เยี่ยมกราย…

รอบสันตะปาปา ก็คือคาดินัล รอบลงไปอีกนั่นก็ลดหลั่นกันไป
บิชอปเสนาข้าทาสบริวาร ขโมย ขอทาน คนโซโคควาย
สังคมยอดเขาพระเจ้าคือจอม คุมความเหม็นหอม คุมความเป็นตาย…เป็นตาย….
ข้าแต่พระองค์ … เดี๋ยวก่อน….ข้าแต่พระองค์ … เดี๋ยวก่อน….
ยังมีชายหนึ่งชื่อ กาลิเลโอ หัวโตพุงโรทิ้งพระคัมภีร์
ส่องกล้องดูดาวด้วยวิทยาการ อันฉลาดอาจหาญไม่กลัวบัดสี
ไม่มีพระเจ้าไม่มีพระองค์ มีแต่ความหลุ่มหลงงมโง่สิ้นดี
โลกเราดวงเราก็คือบริวาร ดวงดาวไพศาลเปรียบดั่งผงธุลี … ธุลี….
ดวงสุริยันมันก็ลอยอยู่เฉยๆ ชะเออเอิ่งเอยแบบไหนกันนี่ เอ๊ะ! มันไม่เข้าที อ๊ะ! หรือว่าเข้าที
หนุ่มสาวที่แข็งกระด้าง สุนัขที่แข็งกระด้าง เด็กวัดที่แข็งกระด้าง คนงานขี้เมาไม่ยอมไปทำงาน
เมื่อเป็นเช่นนิ้จะได้ไฉน พี่น้องทั้งหลายนั่นพระคัมภีร์
กฏเกณฑ์โบราณมันไม่ตลก สวรรค์นรกมีเชิงบ่งชี้
เชือกที่แขวนคอคนกำแหง มันยังแข็งแรงหักคอได้ดี
ชีวิตขื่นขมแทบล้มกระอัก ใครหนอไม่รักอิสระเสรี … เสรี….

ช่างก่อสร้างขุดดินก่อสร้าง ก่ออิฐจัดวางโบกหิน โบกปูน สร้างเสร็จสม
เขาก็เข้าไปอยู่ เหมือนดั่งปูมันขุดรูของมันอยู่เอง
เมื่อเป็นเช่นนิ้จะได้ไฉน พี่น้องทั้งหลายนั่นพระคัมภีร์
ไม่ใช่เรื่องราวต้องสาวความเปลือง เชือกบ่วงเขื่องๆ พิษสงยังมี
ชีวิตขื่นขมแทบจมอาจม อิสราสุขสมคืออิสระเสรี … เสรี….
ฉันกำลังมองหา ดวงอาทิตย์ฆ่าเวลา ส่องโลมไล้จันทราของฉัน
ทั้งอาทิตย์ดวงจันทร์ ขอให้เป็นของเรา
ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้หรอกหนอ ฟังคำร้องขอเถอะกาลิเลโอ
จะถอดตะกร้อออกจากปากหมาบ้า มันหมายความว่าอันตรายอักโข
ความหายนะระรานชีวิต ความถูกกลับผิดลุกลาม
โอโฮ โอโฮ…..กาลิเลโอ…กาลิเลโอ…
มวลมิตรทั้งผองต้องทุกข์ลำเค็ญ ไม่ว่าจะอยู่หรือเป็น ต้องลำบากลำบน
จงปลดโซ่ตรวน ที่มันกวนรังควาน ด้วยความกล้าหาญเยี่ยงนรชน
กาลิเลโอ กาลิเลอี คือเทียนช่วยชี้พ้นทางมืดมน
ความคิดอ่อนแอแพ้ภัยทั้งปวง คือสิ่งเหนี่ยวหน่วงหัวใจของตน
อิสระเสรีก็คือดวงวิญญาณ ตัวเรานี่แหละหนาที่เรียกว่าคน … คน…
[img width=253 height=95]http://i894.photobucket.com/albums/ac145/nick1usa/ImageVoteN

Offline Crime Minister

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 422
  • แปลงทรัพย์สินเป็นทุน = แปลงทักษิณให้เป็นจุล
  • Respect: +133

"ปรีดีฆ่า"

http://old/index.php?topic=15061.35;wap2
ภาพเหตุการณ์เมื่อปี 2489 ที่มี ไอ้โม่ง – ปรปักษ์ทางการเมืองของท่านปรีดี พนมยงค์ เข้าไปปล่อยข่าวสร้างกระแสด้วย การตะโกน ใน โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง ว่า “...ปรีดีฆ่า.”

เพื่อโยงให้ประชาชนหลงเชื่อว่ารัฐบุรุษอาวุโสมันสมองของคณะราษฎรท่านนี้มีส่วนเกี่ยวข้องใน กรณีสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 8 เมื่อ วันที่ 9 มิถุนายน 2489 กระบวนการสร้างกระแสความเชื่อที่ผิด ๆ เช่นนั้นดำเนินไป อย่างเป็นระบบ นอกจากจะมีผลให้สุภาพบุรุษทางการเมืองอย่างท่านต้อง ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากเพิ่งได้รับแต่งตั้งเมื่อ วันที่ 8 มิถุนายน 2489 แล้ว เดินทางไปต่างประเทศชั่วระยะเวลาหนึ่ง แล้วยังเป็นผลต่อเนื่องให้เกิด รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 ที่ตามมาด้วย การไล่ล่าสังหารกลุ่มบุคคลที่สนับสนุนท่านปรีดี พนมยงค์ ชนิดที่แม้กระทั่งตัวท่านก็ แทบเอาชีวิตไม่รอด แน่นอนว่าไม่มีใครยอมรับว่าเป็น ผู้อยู่เบื้องหลังการตะโกนปล่อยข่าวในโรงภาพยนตร์ รู้แต่เพียงว่า พรรคประชาธิ ปัตย์ หันมาร่วมมือกับ คณะทหาร และหัวหน้าได้ขึ้นเป็น นายกรัฐมนตรีขัดตาทัพ อยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่งก่อนที่คณะทหารจะ เชิญออกจากตำแหน่งไป แล้ว ขึ้นเถลิงอำนาจเอง อันถือเป็น จุดเปลี่ยนทางการเมืองครั้งสำคัญ ของบ้านนี้เมืองนี้ กรรมเก่า จะย้อนมาสนอง พรรคประชาธิปัตย์ ดังจินตนาการของ บัญชา/คามิน หรือไม่
ศุขปรีดา พนมยงค์ บุตรนายปรีดีซึ่งเป็นพยานบุคคลร่วมสมัยให้สัมภาษณ์คุณภานุมาศ ภูมิถาวร ผู้เขียนหนังสือ"ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ คู่ชีวิตผู้อภิวัมน์ประชาธิปไตย"ไว้ว่า ในเวลาต่อมาผู้ต้องหาถูกจับตัวได้ และ


นายเลียง ไชยกาล ส.ส.อุบลฯพรรคประชาธิปัตย์สารภาพว่าเป็นผู้วางแผน
ท่านผู้อ่านเสรีไทย ที่มีสติปัญญาสัมปชัญญะ คิดว่า นายเลียง ไชยกาล เป็นเพียงบุคคลเดียวที่วางแผนหรือ?
[img width=253 height=95]http://i894.photobucket.com/albums/ac145/nick1usa/ImageVoteN

Offline Crime Minister

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 422
  • แปลงทรัพย์สินเป็นทุน = แปลงทักษิณให้เป็นจุล
  • Respect: +133

"จำลองพาคนไปตาย"


ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2535 หลังพฤษภาทมิฬ ประชาธิปัตย์อาศัยวลี ”จำลองพาคนไปตาย” และชูว่าชวน หลีกภัย เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา เข้ามาเป็นรัฐบาล ซ้ำยังนำรูปของนายปรีดี พนมยงค์กับรูปนายป๋วย อึ๊งภากรณ์ ซึ่งเคยได้รับผลกระทบจากการกระทำของชาวพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาโฆษณาหลอกลวง คนไทยด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยกับแนวทางสันติวิธีของทั้ง 2 ท่านนี้ (ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนว่า 2 ท่านนี้ต้องไปตายในต่างแดนทั้งคู่ก็เพราะผลพวงจากการกระทำของประชาธิปัตย์ ทั้งนั้น) แต่ไม่นานก็ถูกตีตกเวทีด้วยเรื่อง สปก. ของเลขาธิการพรรคเทพเทือก

ที่มา: http://hi-thaksin.weebly.com/2/post/2011/04/200.html
[img width=253 height=95]http://i894.photobucket.com/albums/ac145/nick1usa/ImageVoteN

Offline Crime Minister

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 422
  • แปลงทรัพย์สินเป็นทุน = แปลงทักษิณให้เป็นจุล
  • Respect: +133
สปก.4-01 ที่ดินเสื่อมโทรม ไว้แจกคนรวย

ศาลฏีกาพิพากษาขับสามี"อัญชลี"พ้นที่ดินส.ป.ก.ภูเก็ต

ที่มา: http://topicstock.pantip.com/rajdumnern/topicstock/2009/06/P7966191/P7966191.html

 มิถุนายน 2550 00:55 น.
ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษา ยืนตามศาลอุธรณ์ ขับ"ทศพร เทพบุตร" สามี" อัญชลี"อดีต ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมพวก ออกจากที่ดิน ส.ป.ก. ชี้ขาดคุณสมบัติ

เมื่อ 10.00 น. วันที่ 7 มิ.ย.50 ที่บัลลังก์ 2 ศาลจังหวัดภูเก็ต นายมนตรี สาโรช พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ ลักษณะสมบูรณ์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดภูเก็ต ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลฏีการะหว่าง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ สปก.มอบหมายพนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตเป็นโจทก์ฟ้อง นายทศพร เทพบุตร (สามีนางอัญชลี วานิช เทพบุตร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ภูเก็ต และอดีตส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ) จำเลย คดีหมายเลขดำที่ 1765/2541 และคดีหมายเลขแดงที่ 1485/2544 เพื่อขับไล่ออกจากที่ดิน

ทั้งนี้สปก.ภูเก็ตได้ยื่นฟ้องนายทศพร โดยฟ้องว่า นายทศพรได้ยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน โดยครอบครองอยู่ตั้งแต่ปี 2532 เนื้อที่ 98 ไร่ 1 งาน 7 ตารางวา ตามเอกสาร สปก.4-01 ก. เลขที่ 140 อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยอ้างว่าประกอบอาชีพเกษตร ทำสวนผลไม้และปลูกยางพารา หลังจากนั้นได้รับการร้องเรียน ว่านายทศพรขาดคุณสมบัติ จากนั้นทางสปก.ได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติ ทราบว่า นายทศพรมีที่ดินเป็นของตนเอง 97 ไร่ 3 งาน 30 ตรว.และประกอบอาชีพอื่นๆ โดยเป็นผู้บริหารนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดและบริษัทจำนวน 6 แห่ง มีการลงทุนเป็นเงิน 55,320,000 บาท

คณะกรรมการ สปก.อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 และมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มีมติให้เพิกถอนหนังสืออนุญาต ให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินของนายทศพร โดยมอบหมายให้เลขาธิการ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินตามคำสั่งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่ 257/2538 ลงวันที่ 18 เม.ย.2538 โดยนายทศพรได้อุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนดังกล่าว อ้างว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามอุทธรณ์ของนายทศพร ลงวันที่ 24 พ.ค.2538 แต่นายทศพรไม่ได้ไปให้ถ้อยคำต่อพนักงานตามที่กำหนด คณะกรรมการ สปก.จึงมีมติไม่รับการพิจารณาอุทธรณ์ เนื่องจากนายทศพรไม่ได้เป็นเกษตรกร จึงไม่มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ตามรายงานการประชุมของคณะกรรมการ สปก.ครั้งที่ 4/2539 ลงวันที่ 4 พ.ย.2539 สปก.ภูเก็ตจึงแจ้งให้นายทศพรและบริวารออกจากที่ดินของ สปก.ตามหนังสือลงวันที่ 14 มี.ค.2540 แต่นายทศพรและบริวารเพิกเฉย หลังจากที่มีการตรวจสอบคุณสมบัติต่างๆแล้ว สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือ สปก.ได้ฟ้องร้องผู้ที่ถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิ

แต่ในการฟ้องร้องศาลนั้นศาลชั้นต้นนั้น ทางศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง จากนั้น สปก.ได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ โดยให้นายทศพรและบริวารออกไปจากที่ดิน สปก.ดังกล่าว จากนั้นนายทศพรได้ฎีกา โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามที่นายทศพรอ้างว่าที่ดินพิพาทเดิมเป็นของนายจรัญ ตุ้งกู ซึ่งได้ครอบครองที่พิพาทมาตั้งแต่ปี 2499 และได้โอนให้จำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ ตั้งแต่ปี 2532 เป็นต้นมา สปก.ไม่มีสิทธิขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินดังกล่าวนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าการจะได้ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น ได้มีบัญญัติวไว้ในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 5 ว่าให้ผู้ที่ครอบครองที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ โดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินต้องแจ้งการครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอท้องที่ภายใน 180 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติน้ใช้บังคับมาตรา 1 บุคคลที่จะมีกรรมสิทธิ์ที่ดินจะต้องได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ตามบทกฎหมาย ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับและมาตรา 4 บุคคลได้มาซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับให้มีสิทธิครอบครองสืบไปและคุ้มครองตลอดถึงผู้รับโอนด้วย

แต่กรณีของนายจรัญได้ครอบครองที่ดินพิพาทสืบต่อมาจากบิดาของนายจรัญ ซึ่งครอบครองในปี 2499 อันเป็นเวลาภายหลังพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ประกาศใช้แล้วและไม่ปรากฏว่าได้ครอบครองที่ดินโดยชอบตามบทกฎหมายใด การครอบครองของนายจรัญจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ดินจึงไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายจรัญ

นอกจากนี้ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 2 ยังบัญญัติว่าที่ดินซึ่งมิได้เป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลใด ให้ถือว่าเป็นของรัฐ ดังนั้นที่ดินที่นายจรัญครอบครองจึงต้องถือว่าเป็นที่ดินของรัฐอยู่ นายทศพรรับโอนมาจากนายจรัญ จึงไม่มีสิทธิ์ดีกว่า โจทก์หรือ สปก.จึงมีสิทธิ์นำที่ดินดังกล่าวมาปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้

ส่วนนายทศพรเป็นเกษตรกรตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2516 หรือไม่นั้น มาตรา 4 ให้คำนิยามไว้ว่า เกษตรกร หมายความว่าผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักและให้หมายความรวมถึงบุคคลผู้ยากจนหรือผู้จบการศึกษาทางเกษตรกรรมหรือผู้เป็นบุตรของเกษตรกร ซึ่งไม่มีที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นของตนเองและประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก

แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่านายทศพรมีที่ดินอยู่ที่ใน ต.ไม้ขาว อ.ถลางจำนวน 3 แปลง อยู่ใน ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ตอีก 22 แปลงกับมีชื่อเป็นกรรมการบริษัท เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด นายทศพรจึงไม่ใช่ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และไม่ใช่ผู้ที่ไม่มีที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นของตนเองและประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก นายทศพรจึงไม่ใช่เกษตรกรตามความหมายของพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2516 โดย สปก.หรือโจทก์มีสิทธิ์นำที่ดินพิพาทมาปฏิรูปที่ดินได้ โดยศาลฎกีกาพิพากษายืน

สำหรับปัญหาที่ดินสปก. 4-01 ในภูเก็ตเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2537 เมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น ได้เดินทางมามอบเอกสารที่ดินส.ป.ก.ให้กับเกษตกรผู้ยากไร้ที่ดินทำกินจำนวน 592 แปลง จำนวน 489 ราย พื้นที่ 10,000 กว่า ไร่ ทั้งพื้นที่ป่าเขาสามเหลี่ยม ป่าเทือกเขากมลา และป่าเทือกเขานาคเกิด และจากการตรวจสอบพบว่า มีตระกูลใหญ่ในจังหวัดภูเก็ตจำนวน 11 ตระกูล ที่ได้รับเอกสารสิทธิดังกล่าว ประกอบด้วย ตระกูลเทพบุตร, ศรีแสนสุชาติ, หงษ์หยก, ถาวรว่องวงค์, ประจันทบุตร , สุขศิริสัมพันธ์, เอกวานิช, ตันติวิท, ทองตัน, อมรไพโรจน์, กี่สิ้น จากนั้นทางจังหวัดภูเก็ตได้ตั้งกรรมการขึ้นมาสืบสวนข้อเท็จจริง และตรวจสอบคุณ สมบัติผู้ที่ได้รับสิทธิ์ ส.ป.ก.4-01 รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงมาตรวจสอบที่ดินส.ป.ก.4-01 ในภูเก็ตมาโดยตลอด

จากนั้นในวันที่ 17 เมษายน 2538 คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ได้มีมติเพิกถอนเอกสารในที่ดินส.ป.ก.ที่แจกให้นายทุนจำนวน 8 ราย เพราะขาดคุณสมบัติ ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ

ประกอบด้วย นายบันลือ ตันติวิท จำนวน 1 แปลงเนื้องที่ 69 ไร่ นายบุ่นเก้ง ศรีแสนสุชาติ จำนวน 2 แปลง จำนวนเนื้อที่ 89 ไร่นายเจริญ ถาวรว่องงวศ์ จำนวน 4 แปลง เนื้อที่ 15 ไร่ นายทศพร เทพบุตร จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 98 ไร่ นายสุทิน เทพบุตร จำนวน 2 แปลง 37 ไร่ นายณรงค์ นพดารา 1 แปลง จำนวน 21 ไร่ นายหัตถ์ กตัญชลีกุล จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ 29 ไร่ และนายธเนศ เอกวานิช จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 6 ไร่ ที่เหลือยังไม่ถูกเพิกถอน 2 ราย คือนายเปี่ยน กี่สิ้น และนายสุรศักดิ์ หงษ์หยก หลังจากที่มีการตรวจสอบคุณสมบัติต่างๆ แล้ว ทางสปก.ได้ฟ้องร้องผู้ที่ถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.จำนวน 24 ราย ซึ่งศาลได้ตัดสินไปแล้วบางส่วน ซึ่งมี 2-3 คดีเท่านั้นที่สปก.เป็นผู้ชนะ นอกจากนั้นแพ้ทั้งหมด และทางส.ป.ก.ได้อุธรณ์คำสั่งศาลเพื่อพิจารณายื่นฟ้องใหม่ดังกล่าว

สำหรับกรณีที่สปก.ยื่นฟ้องนายทศพร เทพบุตร เพื่อให้ออกจากการครอบครองที่ดิน สปก. 4-01 นั้น ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง จากนั้น สปก.ได้อุทธรณ์คำสั่งศาล เพื่อให้มีการพิจารณายื่นฟ้องใหม่ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.47 จากนั้นศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้นายทศพรและบริวารออกจากที่ดิน สปก.4-01 โดยนายทศพรได้ยื่นฎีกาต่อ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.50 ศาลจังหวัดภูเก็ตได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาพิพากษายืนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ขับไล่นายทศพรและบริวารออกจากที่ดิน สปก.4-01 ก.เลขที่ 140 อ.เมือง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ 98 ไร่ 1 งาน 7 ตรว.



[img width=253 height=95]http://i894.photobucket.com/albums/ac145/nick1usa/ImageVoteN

Offline คุณอรชน

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,791
  • Respect: +212
ที่นี่อนุญาต"ฟลัดกระทู้"ได้แล้วฤา........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา...มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”.... ประเสริฐ นาสกุลกล่าว

Offline jrr.

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,606
  • Respect: +755
โพสต์แบบไหน...........................
.................ถึงจะไม่เรียกว่า " ฟลัด "

โพสต์........20 - 400 - 1,000 - 3,000 - 4,000 ....!!!

Offline Wombat

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 878
  • Respect: +174
แง ๆๆๆๆ ใจเย็น ๆ กันจ้าาาา พี่น้อง  :em06: :em06: :em06:
Imagination is more important than knowledge.
Albert Einstein.....

Offline อธิฎฐาน

  • พลังงานรูปหนึ่งเคลื่อนที่ตามความคิด
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,305
  • Respect: +267
อย่างน้อย อี้ แทนคุณ ก็เป็นน้ำดี และเป็นคนที่ใจกล้ามาก มากกว่าผู้ใหญ่ปอดแหกหลายๆคน
คุณอี้ป็นคนที่ผมเห็นว่าสมควรที่จะได้รับการเลือกเข้าไปทำหน้าที่ในสภาอย่างมาก

เห็นด้วยค่ะคุณ paper punch คุณแทนคุณเป็นน้ำดีคนนึง
เราควรสนับสนุนคนดีเข้าสภาค่ะ

Offline pooyong

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 543
  • Respect: +76
ผมรอ กมม.หาคนดีก่อน ถึงจะเลือก
ที่มีอยู่สงสัยยังไม่มีคนดี ถึงไม่ยอมส่ง

Offline คุณอรชน

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,791
  • Respect: +212
ผมรอ กมม.หาคนดีก่อน ถึงจะเลือก
ที่มีอยู่สงสัยยังไม่มีคนดี ถึงไม่ยอมส่ง


ผมสนับสนุนให้พรรคการเมืองใหม่ส่งคนดีลงสมัคร....
ลบล้างความคิดเห็นคนที่มองคนในแง่ร้ายทั้งหมด
ยกเว้นตนเองอย่างสนธิ ลิ้มฯและพวก.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


ผมไม่เชื่อว่าข้าราชการประจำ ข้าราชการเมืองเป็นคนเลวเสียหมด.....
ผมก็คิดว่าสนธิ ลิ้มฯและพวก พวกข้างทำเนียบไม่เป็นคนดีทั้งหมด......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา...มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”.... ประเสริฐ นาสกุลกล่าว

Offline paper punch

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 780
  • Respect: +264
อย่างน้อย อี้ แทนคุณ ก็เป็นน้ำดี และเป็นคนที่ใจกล้ามาก มากกว่าผู้ใหญ่ปอดแหกหลายๆคน
คุณอี้ป็นคนที่ผมเห็นว่าสมควรที่จะได้รับการเลือกเข้าไปทำหน้าที่ในสภาอย่างมาก

เห็นด้วยค่ะคุณ paper punch คุณแทนคุณเป็นน้ำดีคนนึง
เราควรสนับสนุนคนดีเข้าสภาค่ะ

เห็นว่าเขตนี้ตอนแรกผู้สมัครคนอื่นไม่มีใครอยากลง อาจจะกลัวแพ้ กลัวอิทธิพล คุณอี้เลยเสนอตัวลงเองเลย

เมื่อเช้าดู เช้าข่าวข้น การุณมันพูดว่าปชป.ส่งคุณอี้ลงเขตนี้เหมือนดูถูกมัน
ผมว่ามันเริ่มกลัวแล้วแน่ๆ เลยพยายามพูดข่ม
Love changes everything

ราตรีสวัสดิ์(official version)
http://www.youtube.com/watch?v=JFCooDPQZns&feature=related

Offline Crime Minister

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 422
  • แปลงทรัพย์สินเป็นทุน = แปลงทักษิณให้เป็นจุล
  • Respect: +133
[img width=253 height=95]http://i894.photobucket.com/albums/ac145/nick1usa/ImageVoteN

Offline อธิฎฐาน

  • พลังงานรูปหนึ่งเคลื่อนที่ตามความคิด
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,305
  • Respect: +267

จะด่า ปชป.ก็ด่าไปเถอะค่ะ แต่การที่นำรูปพระแม่ธรณีซึ่งคนไทยให้ความเคารพนับถือ
มาเปลี่ยนร่างเป็นแมลงสาป คนดี ๆ เขาคงไม่คิดทำกัน

คิดดูเอาเองนะคะว่าสมควรหรือเปล่าคุณคิคิ

Offline overtherainbow

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 2,252
  • Respect: +162
อย่างน้อย อี้ แทนคุณ ก็เป็นน้ำดี และเป็นคนที่ใจกล้ามาก มากกว่าผู้ใหญ่ปอดแหกหลายๆคน
คุณอี้ป็นคนที่ผมเห็นว่าสมควรที่จะได้รับการเลือกเข้าไปทำหน้าที่ในสภาอย่างมาก

เห็นด้วยค่ะคุณ paper punch คุณแทนคุณเป็นน้ำดีคนนึง
เราควรสนับสนุนคนดีเข้าสภาค่ะ

เห็นว่าเขตนี้ตอนแรกผู้สมัครคนอื่นไม่มีใครอยากลง อาจจะกลัวแพ้ กลัวอิทธิพล คุณอี้เลยเสนอตัวลงเองเลย

เมื่อเช้าดู เช้าข่าวข้น การุณมันพูดว่าปชป.ส่งคุณอี้ลงเขตนี้เหมือนดูถูกมัน
ผมว่ามันเริ่มกลัวแล้วแน่ๆ เลยพยายามพูดข่ม
ฝากบอกอี้ ระวังโดนเก่งเตะด้วยค่ะ คนอะไรไม่รู้ เก่งแต่หาเรื่อง อันธพาล
คนใดคิดการร้าย มุ่งหวังประโยชน์ส่วนตน
โดยอาศัยตำแหน่ง
ขอให้ คิดทำการใดก็ขอให้ล้มเหลว

Offline usa

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 436
  • Respect: +47
อย่างน้อย อี้ แทนคุณ ก็เป็นน้ำดี และเป็นคนที่ใจกล้ามาก มากกว่าผู้ใหญ่ปอดแหกหลายๆคน
คุณอี้ป็นคนที่ผมเห็นว่าสมควรที่จะได้รับการเลือกเข้าไปทำหน้าที่ในสภาอย่างมาก

เห็นด้วยค่ะคุณ paper punch คุณแทนคุณเป็นน้ำดีคนนึง
เราควรสนับสนุนคนดีเข้าสภาค่ะ

เห็นว่าเขตนี้ตอนแรกผู้สมัครคนอื่นไม่มีใครอยากลง อาจจะกลัวแพ้ กลัวอิทธิพล คุณอี้เลยเสนอตัวลงเองเลย

เมื่อเช้าดู เช้าข่าวข้น การุณมันพูดว่าปชป.ส่งคุณอี้ลงเขตนี้เหมือนดูถูกมัน
ผมว่ามันเริ่มกลัวแล้วแน่ๆ เลยพยายามพูดข่ม
ฝากบอกอี้ ระวังโดนเก่งเตะด้วยค่ะ คนอะไรไม่รู้ เก่งแต่หาเรื่อง อันธพาล
[/quote

ผมไม่ยอมครับคุณ รุ้ง  ถ้าไอ้เก่งมันเตะอี้เมื่อไหร่  ผมจะเข้าไปนำพี่น้อง ไปเตะไอ้  เก่ง ทันที  (เน้น)  ทันที

Offline Crime Minister

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 422
  • แปลงทรัพย์สินเป็นทุน = แปลงทักษิณให้เป็นจุล
  • Respect: +133


คำขู่ เมื่อพรรคแมงสาบใกล้เดี้ยง
[img width=253 height=95]http://i894.photobucket.com/albums/ac145/nick1usa/ImageVoteN

Offline paper punch

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 780
  • Respect: +264
ไม่รู้จะทำไงดี
กระแสvote no ก็ปลุกไม่ขึ้น อุตส่าห์เอารูปแกนนำ5คนมารณรงค์ไม่ให้สัตว์เข้าสภา ก็ไม่มีใครสน

สุดท้ายเลยต้องเล่นมุขแมงสาบกะโลโก้พรรค    createดี
Love changes everything

ราตรีสวัสดิ์(official version)
http://www.youtube.com/watch?v=JFCooDPQZns&feature=related

Offline pooyong

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 543
  • Respect: +76
ถ้ามีคนยืนยันว่า คุณสนธิ ดีกว่า คุณชวน
ผมจะโหวตโน :Ic-thank:

Offline jrr.

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,606
  • Respect: +755
ถ้าคุณชวน............................
.........กล้าเดินขึ้นเขาพระวิหาร

.........จะกลับมาเลือกพรรคแมงสาป !!!

Offline Crime Minister

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 422
  • แปลงทรัพย์สินเป็นทุน = แปลงทักษิณให้เป็นจุล
  • Respect: +133
ผมรอ กมม.หาคนดีก่อน ถึงจะเลือก
ที่มีอยู่สงสัยยังไม่มีคนดี ถึงไม่ยอมส่ง


ผมสนับสนุนให้พรรคการเมืองใหม่ส่งคนดีลงสมัคร....
ลบล้างความคิดเห็นคนที่มองคนในแง่ร้ายทั้งหมด
ยกเว้นตนเองอย่างสนธิ ลิ้มฯและพวก.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


ผมไม่เชื่อว่าข้าราชการประจำ ข้าราชการเมืองเป็นคนเลวเสียหมด.....
ผมก็คิดว่าสนธิ ลิ้มฯและพวก พวกข้างทำเนียบไม่เป็นคนดีทั้งหมด......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า



คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นสื่อมวลชน เป็นนักต่อสู้ที่มีส่วนสำคัญในการขับไล่ พตท. ดร. นช. ทักษิณ ชินวัตร
คุณสนธิ ไม่ใช่นักการเมือง ไม่ใช่คนโกงชาติ

ทำไม คุณทรชน เอ้ย คุณอรชน ต้องแดกดัน วิพากษ์โดยไม่หยุด มาโดยตลอด มีอะไรเจ็บแค้นกระดองใจ หรือโดนเหยียบตาปลาเข้าให้

นักการเมืองต่างหาก ที่เสนอตัวเข้ารับใช้ประชาชน รับใช้ประเทศชาติ อะไรที่ไม่ถูกไม่ควร  เราจะสามารถที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้  เหมือนกับภาษิตฝรั่งที่ว่า
If  you can't stand the heat, get out of the kitchen.

ขอตอกย้ำอีกที  คุณสนธิ ไม่ใช่นักการเมือง ไม่ใช่คนโกงชาติ

เป้าหมายการเมืองไทยในปัจจุบัน ทำอย่างไรกำจัดนักการเมืองชั่ว กำจัดระบบการเมืองที่เลวร้ายให้หมดไปสักที

ทำอย่างไรให้การเมืองสะอาด กำจัดคอร์รัปชั่นให้เหลือน้อยที่สุด  เก็บภาษีการค้า ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก ให้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ข้าราชการ ครู อาจารย์ ทหาร ตำรวจ จะได้มีเงินเดือนสูงขึ้น จะได้ข้าราชการ ครู อาจารย์ ตำรวจ ทหาร ที่มีคุณภาพ  เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในเวทีโลก  แก้ไขปัญญาจราจรในกรุงเทพฯ แก้ไขปัญหาน้ำเสียและมลภาวะทั่วประเทศ  ส่งเสริมพลังงานใหม่พลังงานทดแทนจากแสงแดด พลังลม  พลังน้ำ ไบโอ  สร้างคุณภาพชีวิตของชนบทให้ดีขึ้น  ทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย  ให้ขบวนการยุติธรรมในอยู่ในครรลอง

คุณอรชน เลิกอวดคุยโพทนาที่ว่า มีสติปัญญาและวุฒิภาวะ ทีเถอะครับ เอียนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ และกับวลีนั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ยังกะเวปนี้ จักรวาลนี้ คุณมีสติปัญญาและวุฒิภาวะ  อยู่เพียงคนเดียว
[img width=253 height=95]http://i894.photobucket.com/albums/ac145/nick1usa/ImageVoteN

Offline Crime Minister

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 422
  • แปลงทรัพย์สินเป็นทุน = แปลงทักษิณให้เป็นจุล
  • Respect: +133
ถ้ามีคนยืนยันว่า คุณสนธิ ดีกว่า คุณชวน
ผมจะโหวตโน :Ic-thank:

[img width=253 height=95]http://i894.photobucket.com/albums/ac145/nick1usa/ImageVoteN

 

หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งที่ Moderator ประจำบอร์ด
เสรีไทยเว็บบอร์ด ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บข้อมูลเทคนิคทาง สารสนเทศ เช่น I.P. Address ,Cookies, Picture และ แหล่งที่มา จะถูกเก็บบันทึกเป็นหลักฐาน มอบให้แก่เจ้าหน้าที่ทางกฎหมาย เพื่อปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติ คอมพิวเตอร์และกฎหมายการสื่อสาร ในปัจจุบัน


Powered by EzPortal