เสรีไทยเว็บบอร์ด : ขอสงวนสิทธิ์ ห้ามจัดกิจกรรม เรี่ยไรเงิน-เปิดรับบริจาค โฆษณาชวนเชื่อ ชักชวนกลุ่มฝูงชนเพื่อผลประโยชน์แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ภายในพื้นที่ serithai.org การแจ้งข่าวสาร ข้อมูลต่างๆ กรุณากำกับ แหล่งที่มาฯ ของ URL หากเป็นข่าวสารของท่านเอง ผู้ดูแลจะพิจารณาอนุญาตเป็นกรณี ตาม พรบ. คอมพิวเตอร์และกฎหมายการสื่อสาร
Share this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on TwitterShare this topic on Yahoo

Author Topic: จากกบฎผีบุญ กบฏแม้ว ถึงกบฏการเมืองใหม่: จินตนาการ VS อุดมการณ์  (Read 1016 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline อารยา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,398
  • Respect: +1280


"จินตนาการ" ในตัวของมันเองเป็นเชื้อพลังทางความคิด ส่วนหนึ่งเป็นสุนทรียศาสตร์ อีกส่วนหนึ่งเป็นฝัน เส้นแบ่งสองส่วนนี้บางจนมองแทบไม่เห็น แต่จะชัดเจนเมื่อเจ้าของฝันทึกทักว่านี่คือ "อุดมการณ์"  แต่ฝันก็คือฝันที่มาจากผลของจินตนาการ น้อยนักที่จินตนาการจะมีคุณสมบัติเป็นอุดมการณ์

อุดมการณ์มีองค์ประกอบ 2 ส่วน คือเป้าหมาย และ วิธีการ ที่ต้องสอดคล้องกันด้วย เช่น ต้องการเห็นสังคมเป็นรัฐสวัสดิการ  (goal) ก็ต้องมีทิศทางและวิธีการ (means) ที่จะสนองเป้าหมายนั้นได้ด้วย เช่น อาจต้องมีกฎหมาย ระบบประกันสังตม และระบบภาษีที่มีประสิทธิภาพ เป็นอย่างน้อยรองรับ

แต่จินตนาการที่ทำให้อุดมการณ์มีอุปสรรคมิใช่ประเด็นความสอดคล้องระหว่างเป้าหมาย กับ วิธีการ เท่านั้น แต่มักจะขาดไม่เป้าหมาย ก็วิธีการ หรือเป็นเป้าหมายที่หาใช่ต้องการนำพาประชาชนไปให้ถึงฝัน กลายเป็นขบวนการไร้ความชอบธรรม รังแต่จะสร้างความสับสนวุ่นวายในสังคม เช่น ฝันว่าจะมีการ "การเมืองใหม่" ทั้งๆที่ทั้งแกนนำและสาวกยังไม่ชัดเจนแนวหรือวิถีทางปฏิบัติที่เห็นพ้องร่วมกันได้ 
 
เรื่องอย่างนี้ไม่ใช่ของใหม่ แต่มีต้นแบบและสคริปต์เก่าของขบวนการ "กบฏผีบุญ" เมื่อร้อยกว่าปีโน้น  ตัวละครเท่านั้นที่ผัดเปลี่ยนกันเข้ามาสวมบทแกนนำผีบุญที่จะปลุกปั่นให้ชาวบ้านลุกฮือผ่านแผนและขบวนการโฆษณาชวนเชื่อชาวบ้าน ทำนองว่าพี่น้องในมณฑลอีสานเอย อันกรวดหินดินทรายในนาแล้งน้ำที่ขุดลงไปซ้ำมีแต่ทรายนั้น จะกลับกลายเป็นเพชรนิลจินดา ทองหยองข้าวของจะไหลมาเทมาเข้ายุ้งฉางและประตูบ้าน เหล่าหมู่เฮาจะมั่งมีศรีสุขกันถ้วนหน้า บัดนี้ ยุคศรีพระอารยะเมตไตร คิดอะไรก็จะสมปรารถนาจุมาถึงทันทีเมื่อพี่น้องให้ตูเป็นใหญ่ปลดแอกจากสยาม !

หัวหน้าผีบุญข้ามมาจากฝั่งลาวหลังจากเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศสผนวกดินแดนสยามด้านนั้นแล้ว คือแทนที่ "ผีบุญ"  จะลุกขึ้นมาขับไล่ฝรั่งเศสออกไปจากดินแดนฝั่งซ้ายแม่โขง กลับข้ามฟากมาตั้งศูนย์อำนาจเถื่อนที่บ้าน "อำนาจเจริญ" ปลุกปั่นชาวบ้านทั่วแดนอีสานให้ตั้งตัวเป็นรัฐอิสระ ได้ใจเพราะมีไส้ศึกจากกรุงเทพฯไปเสริมพลังในรูปของพันธมิตรมุมกลับทั้งโดยจงใจและเสียค่าโง่ สงสารก็แต่ชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อ “กบฏผีบุญ”  กว่าทางส่วนกลางจะปราบเสร็จ (2445) ก็เสียเวลาไปสามสี่ปี

ดูแล้วคุ้นๆกับตอนที่ ทรท. หาเสียงปี 2543 ว่า ถ้าเลือกทักษิณ เงินในกระเป๋าของพี่น้องจะเพิ่มขึ้นภายในหกเดือน แม้วเคยจัดแสดงจำอวดที่บ้านอาจสามารถ ในจังหวัดอำนาจเจริญเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจคนทั้งประเทศ เมื่อปลายเดือนมกราคม 2549 มีการตีหน้าเซ่อในชุดผ้าขาวม้าอาบน้ำบ่อ ขับรถซิ่งแบบเด็กแว๊นซ์แต่แย่กว่าเพราะไม่มีใบขับขี่ ไม่เว้นภารกิจโปรด แจกเงินชาวบ้านแก้จน  อนึ่ง ระหว่างสองวันของแม้วที่อาจสามารถ วิชามารเผด็จการของจอมกบฏอธิปไตย สามารถทำให้สภาแก้ไขกฎหมายรองรับการซื้อหุ้นซุกของตัวเองโดยต่างชาติจาก 25% >> 49% ว่าแล้วทักษิณก็ผายผันจากฉากสร้างภาพที่บ้านนอกกลับมาเทขายหุ้นให้เทมาเส็กในวันรุ่งขึ้นอย่างไม่มีอุปสรรคอันใด

ทักษิณกับจังหวัดเดียวที่มีคำว่า "ราชธานี" มีนัยยะชองเหตุการณ์ทางการเมืองเกี่ยวเนื่องมาจนถึงกรณีกบฏเสื้อแดงที่ตนเองเจาะจงสั่งเผาแก้เคล็ดไม่ให้เหลือซาก ก็เฉพาะศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีนี้เอง   

อย่างไรก็ตาม “กบฏแม้ว” มีความซับซ้อนกว่า “กบฏผีบุญ” มาก คงต้องใช้เวลานานกว่าจะปราบเสร็จ   เพราะทักษิณมีเงินจ้างม๊อบขบวนการแดงทั้งแผ่นดินไม่อั้น ทั้งยังมีพันธมิตรมุมกลับมาร่วมเป้าหมายปิดกั้นการเข้าสู่อำนาจของรัฐบาลอภิสิทธิ์ในเทอมที่สอง

แกนนำกลุ่ม "การเมืองใหม่" เกิดวิกฤต แสร้งหลงทาง หรือขัดแย้งกันเองอย่างแรง แต่ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม สมาชิกพันธมิตรปรับตัวไม่ทันจากความสูญเสียความรู้สึกดีๆผ่าน "ปรากฏการณ์สนธิ" เมื่อปลายปี 2548 อย่างชัดเจน 

กลุ่มการเมืองใหม่จึงกำลังมีพฤติกรรม "เบี่ยงเบน" (deviant behvior)

นึกถึงนายร้อยลาวหัวหน้ากบฏ “กองแล” ที่เขียนโน๊ตสั้นๆในวันทำปฏิวัติว่า "กบฏไม่มีกฎหมาย” (Rebel has no law)
ต้องชมว่ากองแลรู้ตัวดีว่ากำลังทำสิ่งที่อยู่เหนือกฎหมาย  แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าถึงกองแลทำปฏิวัติสำเร็จ
ตนเองก็คงไม่รู้ว่าจะนำพาเมืองลาวไปทางไหน
นับประสาอะไรกับเหล่าสาวกของผีบุญยุคใหม่ที่อ้างว่าจะมี "การปฏิวัติใหม่" (neo revolution)
หลังจากไม่สามารถทำให้ใครเข้าใจว่า การเมืองใหม่" คืออะไร 
พอจนแต้มก็ปั่นกระแส “โหวตโน” พอถามว่าจากนั้นจะทำอะไรต่อ ก็พาลว่าคงเสียดายคะแนนที่ควรจะได้แบ่งไปบ้าง

ก รู่ไม่กลับอย่างนี้ คงต้องตัดหางปล่อยวัดแล้ว

Offline อารยา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,398
  • Respect: +1280
"อำนาจเจริญ" เป็นชื่อที่มหาดไทยตั้ง เมื่อยกพื้นที่หนึ่งเป็นอำเภอในจังหวัดอุบลราชธานี
แต่เมื่อร้อยปีก่อนหน้านั้นเรียกอะไร อารยาลืมไปแล้ว 
ต่อมาจึงยกขึ้นเป็นจังหวัดอำนาจเจริญเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมานี้เอง
ที่นี่มีตำบล "อาจสามารถ"

ชื่อต่างๆนี้ ถูกเลือกจากแม้วและบริวารเพื่อแสดงสัญลักษณ์เชิงอำนาจ
แต่พวกนี้ไม่ได้คิดดี กลับมาใช้ในการเป็นกบฏ
เช่น เวลาจะเผาบ้านเผาเมืองในกรุงเทพฯก็ต้องยึด "ราชประสงค์" ออกซุ่มโจมตีไปถึง "ราชปรารภ"
มีความพยายามยึด "ศาลาแดง" โดยจินตนาการว่า หากสำเร็จ "ผ่านฟ้า" จะไปไหนเสีย

ที่มันหลีกเลี่ยงคือทางไป "ยมราช"

Offline อารยา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,398
  • Respect: +1280
http://en.wikibooks.org/wiki/File:Mertons_social_strain_theory.svg
พฤติกรรมเบี่ยงเบนสังคมมิใช่มีเพียงไม่ยอมรับ “วิธีการ" (institutionalised means) แต่รับเป้าหมาย (cultural goal)   เช่นอยากรวย แต่ใช้วิธีก่ออาชญากรรม (Innovation) เท่านั้น บางพวกกลับกันโดยปฏิเสธเป้าหมาย แต่เคร่งในวิธีการ แบบนี้ได้แก่พวกเจ้าพิธีกรรม (Ritualism)
แถมยังมีพวก ไม่เอาแล้ว หมดอาลัยตายอยากกับชีวิตนี้ และเลิกคิดอ่านใดๆที่จะปรับพัฒนาอะไรอีก แบบนี้เป็นแบบหลุดโลก (Retreatism)

แต่พวกที่เป็นกบฏ (Rebellion)  จัดว่าร้ายแรงสุด คือนอกจากไม่รับทั้ง "เป้าหมาย" ของสังคมและ "วิธีการ"
ยังอ้างว่าสังคมจะมีเป้าหมายใหม่   มีการเมืองใหม่ มีเศรษฐกิจใหม่  เลียนแบบดาราผีบุญที่แหกตาชาวบ้านแถวอุบล เสลภูมิ สารคาม อุดร เมื่อร้อยกว่าปีก่อน คือมีเป้าใหม่ ทุกคนจะมีชีวิตใหม่ และ กุศโลบายใหม่
แต่ในทางปฏิบัติมักทำอุบไต๋ว่า ถ้าอยาก รู้มากกว่านี้ต้องยอมเป็นสาวกก่อน
ใครอย่าไปลองเดาทีเดียวว่าจะทำอย่างไร เพราะพวกสิบเก้ามงกุฎเหล่านี้จะอัดว่าเป็นพวกบัวใต้ตมทันที
แต่จริงๆแล้วเจ้าตัว แค่จะซ้ายหันหรือขวาหันดี ก็ยังงงๆว่าเลือกข้างไหนดีเอ่ย
 :sentimental:

Offline อธิฎฐาน

  • พลังงานรูปหนึ่งเคลื่อนที่ตามความคิด
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,305
  • Respect: +267
คงตั้งความหวังไว้ลึก ๆ เลือกข้างที่สามารถนิรโทษกรรมให้ตนเองได้

Offline anOnYmoUs

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,440
  • Respect: +262
Innovation เป็นชื่อที่ดีนะครับ ไม่เห็นด้วยกับวิธีการแต่เห็นด้วยกับเป้าหมาย (ระดับ Cultural goal ซึ่งผมเองไม่ทราบว่ามันกินความไปถึงขนาดไหน) เลยสร้าง Innovation ขึ้นมา

ระดับที่จะเปลี่ยน Cultural goal เลยผมคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ
Democracy is the freedom to elect our own Dictator.

Offline อารยา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,398
  • Respect: +1280
"แหกคอก" ในบริบทนี้น่าจะเป็นคำแปลที่เหมาะที่สุดครับสำหรับ iinovation
เราเคยรู้จักคำนี้ในความหมายที่ดีมาก (นวัตกรรม) แต่ในการวิเคราะห์เรื่องพฤติกรรมเบี่ียงเบนเป็นคนละโลกเลยครับ
เป็นภาษาของโรเบิร์ต เค เมอร์ตัน เจ้าพ่อทฤษฏี "Social Action"
 

Offline นทร์

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 570
  • Respect: +43
เข้ามาอ่าน และได้ความรู้มากขึ้น  ;D

Offline pooyong

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 543
  • Respect: +76
ไทยเราจึงมีคำพังเพยว่า "ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย" สะท้อนคนไทย
ห่วงก็แต่ว่าจะมีบันทึกจากชาวต่างชาติที่ประจำอยู่ในไทยว่า
...ในกองทัพเขมรมีคนที่พูดภาษาไทยอยู่เต็มไปหมด

Offline อารยา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,398
  • Respect: +1280
มันจำเป็นครับ ปู่ยง เพราะคงต้องรอฟังสัญญาณมือถือบอกพิกัดจากฝั่งไทย
เพื่อปรับศูนย์แท่นยิงจรวดจากฝั่งเขมร เข้าไปใส่บ้านเรือนคนไทยด้วยกันเอง

 

หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งที่ Moderator ประจำบอร์ด
เสรีไทยเว็บบอร์ด ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บข้อมูลเทคนิคทาง สารสนเทศ เช่น I.P. Address ,Cookies, Picture และ แหล่งที่มา จะถูกเก็บบันทึกเป็นหลักฐาน มอบให้แก่เจ้าหน้าที่ทางกฎหมาย เพื่อปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติ คอมพิวเตอร์และกฎหมายการสื่อสาร ในปัจจุบัน


Powered by EzPortal