เสรีไทยเว็บบอร์ด : ขอสงวนสิทธิ์ ห้ามจัดกิจกรรม เรี่ยไรเงิน-เปิดรับบริจาค โฆษณาชวนเชื่อ ชักชวนกลุ่มฝูงชนเพื่อผลประโยชน์แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ภายในพื้นที่ serithai.org การแจ้งข่าวสาร ข้อมูลต่างๆ กรุณากำกับ แหล่งที่มาฯ ของ URL หากเป็นข่าวสารของท่านเอง ผู้ดูแลจะพิจารณาอนุญาตเป็นกรณี ตาม พรบ. คอมพิวเตอร์และกฎหมายการสื่อสาร
Share this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on TwitterShare this topic on Yahoo

Author Topic: วิสามัญคนร้าย-พ่อลูกตัวประกันตาย  (Read 1021 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline สมชายสายชม

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,000
  • Respect: +262


เหตุการณ์สะเทือนใจ เกิดขึ้นเมื่อ ๓๐ ปีก่อน

http://www.khonkaenmarathon.com/forum/forum_posts.asp?TID=1609
Quote
Posted: 14/July/2009 at 17:47

วิสามัญคนร้าย-พ่อลูกตัวประกันตาย (2521)

          เหตุการณ์สะเทือนขวัญประชาชนรับต้นปี 2521 เห็นจะหนีไม่พ้นปฏิบัติการวิสามัญฆาตรกรรมคนร้ายที่จับ 2 พ่อลูกเป็นตัวประกันในรถวอลโว่  บริเวณสี่แยกเกษตร  ถนนวิภาวดีรังสิต  เมื่อเวลา 09.00 น.  วันที่ 20 กุมภาพันธ์  ทว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นต้นเหตุให้นายฉลอง  จันทรวิชัย  คนร้ายเสียชีวิตพร้อมกับนายอร่าม  ภิงคารรัตน์  และ ด.ญ.ทราย  ภิงคารรัตน์  สองพ่อลูกซึ่งถูกนายฉลองใช้ปืนจี้ตัวมาจาก  จ.เพชรบุรี  เพื่อให้ไปส่ง จ.ชัยภูมิ

          สาเหตุครั้งนั้นเกิดจากความผิดพลาดเรื่องการประสานงานระหว่างตำ รวจแต่ละสถานี  และหน่วยงาน  เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งในทีมถูกอัยการยื่นฟ้องต่อศาล  ฐานร่วมกันทำให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย

 จากหนังสือ 3 ทศวรรษหนังสือพิมพ์มติชน (พ.ศ.2521-2549)

ผมจำข่าวนี้ได้ไม่เคยลืมเลือน รถวอลโว่ถูกตำรวจระดมยิงจนพรุน ทำให้ตัวประกันเสียชีวิตทั้งสองคน

เหตุการณ์ล่าสุด แพทย์หญิงตัวประกันที่นั่งอยู่ในรถ ถูกยิง ๔ นัด เคราะห์ดีที่ยังไม่ตาย

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่า "ถ้าถูกคนร้ายจับเป็นตัวประกันอยู่ในรถ ต้องหาทางหนี หรือโดดออกจากรถให้ได้แม้จะต้องได้รับบาดเจ็บ
อย่ารอให้ตำรวจมาช่วย เพราะจะถูกลูก(ปืน)หลงของตำรวจ ถึงตายได้
"

http://manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9540000046643
Quote
“พญ.พิภัทรา” เหยื่อจี้ชิงรถอาการดีขึ้น - ลูกเมียดาบ ตร.รับศพ ย้ำทำใจไม่ได้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    15 เมษายน 2554 13:11 น.

ผอ.โรงพยายาลราชวิถี เผยอาการ “พญ.พิภัทรา” ดีขึ้น หลังแพทย์ผ่าเอากระสูนออก ขณะที่ภรรยา “ด.ต.ลิขสิทธิ์” รับศพสามี เผยยังทำใจไม่ได้ต่อเหตุการณ์ วอน สตช.ช่วยเหลือการศึกษาลูกชาย บอกสามีหวังให้เป็นตำรวจ
       
       วันนี้ (15 เม.ย.) จากกรณีที่ ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบ.หมู่ จร.สน.ดุสิต ถูกนายธาดา อินทมาศ อายุ 37 ปี หนุ่มคลั่งใช้อาวุธมีดกระหน่ำแทงและแย่งปืนยิงใส่จนเสียชีวิต ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. พ.ต.ต.ประกิจ ไกรหา สว.จร.สน.ดุสิต พร้อมนางเบญจวรรณ พิลาศรี อายุ 38 ปี ด.ช.ประกาศิต หรือน้องเก่ง พิลาศรี อายุ 12 ปี และ ด.ช.ภานุวัฒน์ หรือน้องลีโอ พิลาศรี อายุ 4 ปี ภรรยาและลูกๆ ของ ด.ต.ลิขสิทธิ์ ได้มาติดต่อกับเจ้าหน้าที่แผนกนิติเวช รพ.วชิรพยาบาล เพื่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีกรรมทางศาสนา
       
       นางเบญจวรรณกล่าวว่า ยังทำใจไม่ได้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนี้อยากให้ผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยเหลือด้านการศึกษาของลูกชายทั้ง 2 คน โดยเฉพาะน้องเก่ง ลูกชายคนโตที่สามีวาดหวังไว้อยากจะให้เป็นนายร้อยตำรวจ ส่วนเรื่องเงินช่วยเหลือและเรื่องที่พักอาศัยยังไม่มีใครนำมาให้หรือบอกข้อมูลแต่อย่างใด หลังจากนี้จะนำศพสามีไปตั้งรดน้ำศพที่วัดสุคันธาราม ตอน 17.00 น. ทำพิธีสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 6 คืน ก่อนจะเคลื่อนย้ายไปเข้าพิธีพระราชทานเพลิงศพที่วัดตรีทศเทพต่อไป
       
       ขณะที่ พ.ต.ต.ประกิจเปิดเผยว่า จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้จอดรถเก๋งคัมรี่ที่ชิงทรัพย์มาคันแรกบริเวณหน้าป้อมตำรวจ แล้วลงจากรถทำทีเข้าไปสอบถามเส้นทางก่อนจ้วงแทงและแย่งปืนยิงใส่ผู้ตาย คาดว่าเวลานั้นผู้ตายคงไม่ได้เอะใจอะไรเนื่องจากปกติจะมีชาวบ้านมาจอดรถถามเส้นทางที่ป้อมตำรวจจุดนั้นเป็นประจำทั้งวันอยู่แล้ว
       
       อย่างไรก็ตาม ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ได้เป็นตัวแทนเดินทางไปรับเงินช่วยเหลือครอบครัวของ ด.ต.ลิขสิทธิ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว จากนั้นจะเดินทางมาร่วมรับศพที่สถาบันนิติเวช รพ.วชิรพยาบาล พร้อมกับครอบครัวของผู้ตาย
       
       ขณะเดียวกัน อาการของ พญ.พิภัทรา สายโลหิต แพทย์โรงพยาบาลสุรนารี เจ้าของรถยนต์โตโยต้า ที่ถูกคนร้ายจับเป็นตัวประกันและถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บ เมื่อวานนี้ (14 เม.ย.) นั้น ขณะนี้ยังอยู่ในห้องไอซียู
       
       โดย พญ.วารุณี จินารัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี ระบุว่า อาการของ พ.ญ.พิภัทรา ดีขึ้น โดยแพทย์ผู้รักษาทำการผ่าตัดนำกระสุนที่กระเพาะอาหารออกแล้ว แต่ยังมีกระสุนค้างในร่างกายอีก 3 จุด จาก 4 จุด คือ แขน 2 จุด และด้านหลังบริเวณกล้ามเนื้อ ซึ่งขณะนี้แพทย์รอดูอาการว่ามีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ เพราะหากกระสุนไม่ไปรบกวนเส้นประสาท ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเอาออก
...




Offline สมชายสายชม

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,000
  • Respect: +262
http://manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9540000046605

Quote
เตรียมตั้ง กก.สอบ แพทย์หญิงตัวประกันโดนลูกหลง “ผู้การแต้ม” วอนเห็นใจ จนท.

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    15 เมษายน 2554 10:45 น.

“พล.ต.ต.วิชัย” วอนเห็นใจตำรวจปฏิบัติหน้าที่สกัดคนร้ายอุกอาจฆ่าเจ้าหน้าที่-ชิงรถ ปัดขณะปฏิบัติหน้าที่ไม่ทราบมีตัวประกันในรถ ย้ำต้องเร่งจับตัว หวั่นก่อเหตุทำร้ายคนอื่นซ้ำ ด้านโฆษก สตช.เผยอาจต้องตั้งกรรมการสอบการปฏิบัติหน้าที่เหมาะสมหรือไม่
       
       วันนี้ (15 เม.ย.) จากกรณีที่นายธาดา อินทมาศ ก่อเหตุอุกอาจจี้ชิงรถยนต์ และยังใช้อาวุธมีดแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณแยกขัตติยานี พร้อมแย่งอาวุธปืนจ่อยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจจนเสียชีวิต ก่อนจะขับรถหลบหนีและไปก่อเหตุชิงรถเก๋งโตโยต้า รุ่นคัมรี่ของ พญ.พิภัทรา สายโลหิต จับเป็นตัวประกัน จนกระทั่งคนขับรถแท็กซี่เข้าช่วยสกัดแต่ก็ถูกนายธาดาใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะวิสามัญฆาตกรรมคนร้าย แต่ พญ.พิภัทราได้รับบาดเจ็บจากอาวุธปืนด้วยนั้น
       
       พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เพราะคนร้ายได้ก่อเหตุอย่างอุกอาจ โหดxxxม หากไม่เร่งสกัดคนร้ายให้ได้คงอาจจะไปก่อเหตุกับบุคคลอื่นอีก และในวันเกิดเหตุก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลายหน่วยช่วยกันสกัดจับคนร้าย โดยไม่มีใครทราบว่าคนร้ายจะมีตัวประกันอยู่ในรถยนต์ด้วย และรถก็ติดฟิล์มทึบ ไม่มีใครทราบว่าจะมี พญ.พิภัทราอยู่ในรถด้วย การปฏิบัติหน้าที่ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ตำรวจต้องเร่งสกัดคนร้ายให้ได้เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุรุแรงขึ้นอีก
       
       พล.ต.ต.วิชัยกล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางญาติและ พญ.พิภัทราต่างก็เข้าใจสถานการณ์ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะดังกล่าว นอกจากนี้ เบื้องต้นคงจะยังไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติงาน คงต้องรอฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่มิฉะนั้นจะทำให้คนทำงานเสียกำลังใจ
       
       ด้าน พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการวิสามัญฯ คนร้ายจนเสียชีวิต ขณะที่มีตัวประกันอยู่ในรถด้วยนั้น เรื่องนี้จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบว่าการดำเนินการดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่อย่างไร และจะต้องตรวจสอบด้วยว่าขณะเข้าทำการวิสามัญฯ คนร้ายนั้นจะทำให้ตัวประกันเป็นอันตรายหรือไม่ด้วย ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือว่าคนร้ายมีอาการคลุ้มคลั่งและไม่สามารถที่จะสงบสติอารมณ์ได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจทำการวิสามัญ
       
       “ส่วนกรณีที่ทางมารดาของ พญ.พิภัทรา ออกมาระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้อาวุธปืนยิงขณะที่ พญ.พิภัทรายังคงนั่งอยู่ในรถจนทำให้ถูกกระสุนปืนด้วยนั้น เรื่องนี้จะต้องขอตรวจสอบอีกครั้ง เพราะมีกล้องวรจรปิดอยู่หลายที่ โดยจะต้องนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบด้วย จากนั้นจึงจะดำเนินการในขั้นตอนอื่นต่อไป” โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว
       
       พล.ต.ต.ประวุฒิกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีของ ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิราศรี ตำรวจรายแรกที่เสียชีวิต อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เนื่องจากอยู่ในระหว่างเตรียมตัวรับเสด็จ โดย ด.ต.ลิขสิทธิ์ถูกยิงบริเวณหน้าตู้ยาม โดยมีพยานเล่าว่า ด.ต.ลิขสิทธิ์พยายามเข้ามาขวางรถ และพยานบางคนบอกว่าคนร้ายเดินเข้าไปที่ป้อมเองเพื่อจะไปขออาวุธปืน แต่ว่าคงต้องสอบสวนให้ชัดเจนว่าเหตุการณ์จริงเป็นอย่างไรบ้าง
       
       “นายธาดา อินทมาศ คนร้ายไม่มีประวัติ แต่พี่สาวให้การว่ามีประวัติติดยาเสพติดอย่างรุนแรง อาการที่เห็นจะเป็นอาการคลุ้มคลั่งของผู้ที่เสพยาเสพติดชนิดนี้เป็นเวลานานจะเกิดอาการประสาทหลอนว่ามีคนจะมาทำร้าย ซึ่งคาดว่าเมื่อวานน่าจะเป็นอย่างนั้น” พล.ต.ต.ประวุฒิกล่าว
...

Offline สมชายสายชม

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,000
  • Respect: +262
เท่าที่ผมพอจะนึกเรื่องในอดีตที่รับจากสื่อหลายแหล่ง
คนงานอยากจะกลับบ้าน จึงใช้มีดจี้จับตัวพ่อและลูกสาวอายุประมาณ ๓ ขวบเป็นตัวประกันเพื่อให้พ่อเด็กขับรถวอลโว่ไปส่งที่บ้าน ส่วนคนงานที่เป็นคนร้ายได้อุ้มเด็กหญิงไว้ที่ตัก
เมื่อรถวิ่งมาถึงถนนวิภาวดีแยกเกษตร ตอนนั้นยังเป็นสี่แยกไฟแดง ตำรวจได้กักรถและยิงใส่รถจากหลายทิศทางทำให้เสียชีวิตทั้งสามคน
เด็กหญิงที่น่าสงสาร เสียชีวิต(ด้วยกระสุนปืนของตำรวจ)ไปหลายปีก่อนที่คุณหมอผู้เคราีะห์ร้ายรายใหม่จะเกิดเพราะว่าคุณหมออายุยังไม่ถึง ๓๐
ถ้าเด็กหญิงคนนั้นมาเกิดใหม่แล้วถูกตำรวจยิงอีก คงจะเป็นเรื่องน่าเศร้าเป็นอย่างยิ่ง
..



http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9540000046954
Quote
พญ.เผยนาทีชีวิตหลบห่ากระสุนตร. เชื่อถูกยิงจากนอกรถ!

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม    16 เมษายน 2554 16:58 น.

แพทย์หญิงเหยื่อหนุ่มคลั่งย้ายออกจากห้องไอซียู ไปพักฟื้นห้องพิเศษ ก่อนเล่าเหตุการณ์นาทีถูกหนุ่มคลั่งจี้เป็นตัวประกัน บอกคนร้ายคล้ายคนเมายา พูดจาวกวน แถมถูกคนร้ายใช้ด้ามปืนทุบที่หัว 2 ครั้ง เผยนาทีระทึกก้มหมอบหลบห่ากระสุนของ ตร.ที่ยิงใส่รถและคนร้ายจนพรุน เชื่อ ถูกกระสุนที่ยิงมาจากนอกรถจนทำให้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ "องอาจ คล้ามไพบูลย์" เป็นตัวแทนนายกฯเข้ามาเยี่ยมดูอาการ ส่วนแพทย์เจ้าของไข้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์จะผ่าเอากระสุนออกจากร่างกายหรือไม่ เพราะการผ่าตัดเอาออกอาจเสี่ยงไปตัดโดนเส้นประสาทและอาจมีอันตรายมากกว่า
       
       วันนี้ (16 เม.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น.แพทย์ได้ย้าย พญ.พิภัทรา สายโลหิต ออกจากห้อง ไอซียู ชั้น 3 ตึกสิรินธร เพื่อมาพักฟื้นที่หอผู้ป่วยพิเศษเดี่ยว 10 ข ชั้นที่ 10 ห้อง 102 ก่อน ให้เปิดเผยถึงวินาที ที่ถูกนายธาดา อินทมาศ คนร้ายจี้เป็นตัวประกัน ว่า ขณะเกิดเหตุตนพร้อมมารดากำลังลงไปช่วยแท็กซี่ที่โดนยิง ระหว่างนั้นคนร้ายเดินมาเปิดประตูรถตน ก่อนไล่ให้แม่ตนที่นั่งข้างคนขับลงจากรถ จากนั้นใช้ด้ามปืนพกทุบที่ศรีษะตน 2 ครั้ง ก่อนไล่ให้ไปนั่งเบาะข้างคนขับแทน และขึ้นมาขับรถ พร้อมสั่งให้ตนก้มหมอบลง ตนตกใจและกลัวมาก นายธาดา ใช้ปืนจี้ตนตลอดทาง ไม่รู้ขับไปทิศทางไหน ส่วนคนร้ายท่าทางไม่ปกติ คล้ายคนเมายา พูดวกไปวนมา กระทั่งวินาทีที่ตำรวจยิงมาตนก็ยังก้มศรีษะหมอบ ส่วนกระสุนตนรู้ว่ามาจากนอกรถแน่นอน เพราะปืนคนร้ายจ่อที่หัวตนตลอดเวลา เนื่องจากตนมีสติตลอด รู้สึกเจ็บที่แขน ท้อง และหลัง ขณะนี้ตนอาการดีขึ้นแล้ว แพทย์ได้ผ่าตัดเอาหัวกระสุนที่ท้อง ซึ่งเป็นจุดที่อันตรายที่สุดออกแล้ว ส่วนที่แขนซ้าย และด้านหลังยังไม่ได้ผ่าตัดออก เนื่องจากไม่เป็นอันตราย
       
       ต่อมาเวลา 14.30 น.วันเดียวกัน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมว.ประจำสำนักนายกฯ พร้อมด้วย พญ.วารุณี จินารัตตน์ ผอ.รพ.ราชวิถี เดินทางมาเยี่ยมดูอาการ พญ.พิภัทรา สายโลหิต ก่อน นายองอาจ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ นายกฯ อยากเดินทางมาเยี่ยมด้วยตัวเอง แต่ต้องดูภารกิจก่อน จึงฝากตนมาเยี่ยมให้กำลังใจแทนพญ.พิภัทรา สายโลหิต และตำรวจที่บาดเจ็บสาหัส รวมถึงแท็กซี่ที่เสียชีวิตด้วย เป็นพลเมืองดีที่น่ายกย่อง ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่กลัวอันตราย ในส่วนเรื่องการเยียวยาด้านผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ฯ เป็นผู้ดูแล เพราะมีหลักเกณฑ์ สิทธิต่างๆ ขณะที่ตำรวจที่เสียชีวิต และบาดเจ็บนั้น ทราบว่ามีเงินสงเคราะห์ตำรวจ ค่อนข้างมาก แต่ที่สำคัญที่สุดเป็นน้ำใจคนไทยที่ช่วยเหลือผู้อื่น และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน
       
       ด้าน พญ.วารุณี จินารัตตน์ ผอ.รพ.ราชวิถี เผยว่า หลังผ่าตัดเอาหัวกระสุนที่กระเพาะอาหารผู้บาดเจ็บออกแล้ว พญ.พิภัทรา รู้สึกตัวดี แพทย์เจ้าของไข้อนุญาตย้ายออกจากห้องไอซียู มาพักฟื้นห้องอื่นได้ ส่วนที่แขนซ้ายนั้นดูจากฟิมล์เอ็กซ์เรย์เห็นเป็นเศษกระสุนและไยวัสดุต่างที่ มาจากในรถ ส่วนที่หลังนั้นเป็นหัวกระสุนใกล้เส้นประสาทและกระดูกสันหลัง แพทย์เจ้าของไข้ต้องวิเคราะห์ว่าต้องผ่าออกหรือไม่ เพราะหากการผ่าตัดออก เสี่ยงไปตัดเส้นประสาทและอาจมีอันตรายมากกว่าที่ปล่อยให้กระสุนอยู่ในร่างกาย อีกทั้ง พญ.พิภัทรา มีครามรู้ด้านการแทพย์ หากกระสุนในร่างกายมีผลกระทบต่อร่างกายและการทำงาน ก็ติดต่อแพทย์เจ้าของไข้มาผ่าออกได้

Offline lampang282

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,245
  • ประเทศจะสงบสุขได้อย่างไรถ้าคนไทยไม่รักสามัคคีกัน
  • Respect: +112
ต่อให้มีแผนและมีการฝึกซ้อมอย่างดีเท่าไหร่ความสำเร็จก็ยังคงไม่ใช่ 100% เพราะ 0.01% ที่ละไว้คือบุญและกรรมของมนุษย์ผู้นั้นแล้ว คงต้องเห็นใจผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ด้วย ขอร้องให้ทางญาติคุณหมอให้อภัยในสิ่งที่เจ้าหน้าปฏิบัติด้วย ในกรณีนี้ขอบอกว่าคุณหมอผู้เคราะห์ร้ายจะต้องเป็นผู้มีบุญวาสนาและมีคุณงามความดีคุ้มครองถึงได้รับบาดเจ็บไม่สาหัสนัก
"สมฺมา วายเมเถว ปุริโส" แปลว่า "เป็นคนพึงทำดีร่ำไป"


Offline คนกรุงธน

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 70
  • Respect: +11
ขับรถออกจากบ้าน ต้องล็อคประตูทุกด้าน....

Offline เบิร์ด

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 510
  • Respect: +341
ขออนุญาตนอกประเด็นนิดนึงครับ

มีกรณีหนึ่งเมื่อสัก 3-4 ปีก่อน มีวัยรุ่นชายช่วยสกัดจับคนร้ายปล้นร้านทอง แล้วถูกคนร้ายยิงจนพิการ นอนเป็นอัมพาต
และถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่าจะเป็นเสาหลักของครอบครัวด้วย ผมไม่รู้ว่าได้รับการช่วยเหลือจากฝ่ายไหน อย่างไรบ้าง

กรณีอย่างนี้ ผมคิดว่า รัฐสมควรจะให้ความช่วยเหลือตลอดชีวิต

ไม่ใช่ปล่อยให้ภาระตกอยู่กับครอบครัวของคนที่ทำดีตลอดชีวิต

Offline Wombat

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 878
  • Respect: +174
จริง ๆ ตำรวจต้องมีหน่วยพิเศษที่ได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะเพื่อรับมือกับเหตุการณ์แบบนี้ เช่นต้องเจรจาต่อรอง หรือมีเทคนิคในการช่วยเหลือตัวประกัน

ที่ออสเตรเลียก็มีข่าวตำรวจยิงใส่เด็กที่มีปัญหาทางจิตเนื่องจากเข้าใจผิดว่าจะทำร้าย (รู้สึกจะถือมีดอยู่) ตำรวจถึงแม้จะยิงป้องกันตัว แต่ก็ถูกสอบสวนเนื่องจากกระทำเกินกว่าเหตุ
เพราะยิงเข้าจุดสังหาร แทนที่จะยิงเพื่อหยุดคนร้าย
หรือทหารที่ไปรบในอาฟกานิสถานยิงพลาดใส่ประชาชนก็ต้องโดนสอบหมด ถ้าพิสูจน์ว่าไม่ได้ทำตามขั้นตอนที่ได้ฝึกกันไว้ก็ต้องมีโทษเช่นกันถึงแม้จะมีเจตนาดี ถ้ายิงพลาดเพราะประมาทหรือไม่มีความแม่นยำ ก็ต้องมีมาตรการทางวินัยอื่น ๆ

ยังไงก็อยากให้มีการสอบสวนตำรวจในเรื่องขั้นตอนการปฏิบัติด้วยค่ะ ถ้าไม่เช่นนั้นจะเป็นบรรทัดฐานว่า ยิงไว้ก่อน หรือยิงแบบไม่ต้องรับผิดชอบ พอมีปัญหาก็ไม่โดนสอบสวนเพราะประชาชนต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่
ตัวประกันจะตายฟรีอีกเยอะ
Imagination is more important than knowledge.
Albert Einstein.....

Offline ภูษณะ

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 237
  • Respect: +43
อืม แค่เข้าจับยาบ้ายังยิงตู้เย็นซะพรุนเลย

ไม่มีการต่อสู้เจ้าหน้าที่

ไม่มีคนร้าย

ไม่มียาบ้า

 :bigsmile:

 

หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งที่ Moderator ประจำบอร์ด
เสรีไทยเว็บบอร์ด ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บข้อมูลเทคนิคทาง สารสนเทศ เช่น I.P. Address ,Cookies, Picture และ แหล่งที่มา จะถูกเก็บบันทึกเป็นหลักฐาน มอบให้แก่เจ้าหน้าที่ทางกฎหมาย เพื่อปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติ คอมพิวเตอร์และกฎหมายการสื่อสาร ในปัจจุบัน


Powered by EzPortal